ชลประทาน​ถกเตรียม​ความพร้อม​รับมือมวลน้ำพายุ”โน​รู​”

ชลประทาน​ที่ 1 นำทีมถกผู้บริหารกรมชลฯ เตรียมพร้อม​รับมือมวลน้ำพายุ”โน​รู” ขณะที่ล่าสุดยังต้องแก้ปัญหา​หลายพื้นที่ยังท่วมเอ่อเพราะฝนยังมาตลอด 

เชียงใหม่​ 26 ก.ย.- นายสุดชาย พรหมมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 พร้อมด้วย นายอภิวัฒน์ ภูมิไธสง ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา และคณะผู้บริหาร​สำนักชลประทาน​ที่​ 1​  และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ในรูปแบบการประชุมทางไกลผ่านระบบเครือข่าย Video Conference โดยมี นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา เป็นประธานการประชุม รับสัญญาณจากห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะของกรมชลประทาน มายังห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ สำนักงานชลประทานที่ 1 (SWOC1) จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตาม​ความพร้อมในการรับมือกับมวลน้ำจากพายุ “โนรู” และสถานการณ์​ปัจจุบัน ​ซึ่งสถานการณ์น้ำในเขตสำนักงานชลประทานที่ 1 ปัจจุบันพบว่า เขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 2 แห่ง โดยเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลมีปริมาณน้ำ 229.613 ล้าน ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 86.65 เขื่อนแม่กวงอุดมธารามีปริมาณน้ำ 207.112 ล้าน ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 78.75 ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็กมีปริมาณน้ำถึงร้อยละ 81 และร้อยละ 72 ตามลำดับ ถือว่ามากกว่าปี 2564 และฝายแม่แตง(คลองชลประทาน​)​ ปริมาณน้ำไหลผ่านฝาย 86.761 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ทั้งนี้การบริหารจัดการน้ำให้กับภาคเกษตรและการผลิตประปา สามารถดำเนินการได้ตามแผน และรายงานสภาพอากาศ ในช่วงวันที่ 25 – 26 และ 29 กันยายน 2565 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งทั้งนี้ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 ได้กำชับให้โครงการชลประทานและโครงการส่งน้ำฯ ในพื้นที่ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์พายุหมุนเขตร้อนบริเวณทะเลจีนใต้ ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า “เมื่อเวลา 04.00น. (26 กันยายน 2565) พายุไต้ฝุ่น “โนรู (NORU)” มีศูนย์กลางบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง (ทางตะวันตกของเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์) พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตก ความแรงของพายุยังเป็นระดับไต้ฝุ่น (ความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางมากกว่า 118 กม./ชม.) พายุนี้จะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามในช่วงวันที่ 27 -28 กันยายน 2565 และมีโอกาสเคลื่อนตัวเข้าสู่บริเวณภาคอีสานด้านตะวันออกของไทย บริเวณ จังหวัดมุกดาหาร หรือรอยต่อระหว่าง จ.อำนาจเจริญและ อุบลราชธานี ในเช้าของวันที่ 29 กันยายน 2565  ทำให้ภาคอีสานโดยเฉพาะตอนกลางและตอนล่าง มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง ตกหนักถึงหนักมากได้และได้สั่งการเตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำ ติดตั้งในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขังและน้ำหลาก เพื่อรองรับผลกระทบจากพายุ “โนรู”ในเขตจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 13 เครื่อง และในเขตจังหวัดลำพูน 10 เครื่อง นอกจากการติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ยังมีเครื่องสูบน้ำอีกจำนวน 56 เครื่อง Stand by เพื่อให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยอื่น ๆ อีก 56 เครื่อง (อยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการสูบน้ำ แม่เหียะ) พร้อมสนับสนุนได้ทันที และรายงานให้ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 ทราบเป็นระยะๆ.