กกล.ผาเมืองโชว์ผลงานปราบยาเสพติดแนวชายแดน 7 ด.กวาดล้างยาจำนวนมาก จับยาบ้าก็ว่า 105 ล้านเม็ด พุ่ง 3 เท่า

เชียงใหม่ 29 เม.ย. พลตรี ประพัฒน์ พบสุวรรณ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 2 ได้แถลงผลการปฏิบัติงานของกองกำลังผาเมือง/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 2 ในห้วง 7 เดือนที่ผ่านมา(ต.ค.66- เม.ย.67) ตามภารกิจการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การถวายความปลอดภัย จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์ถวายความปลอดภัยพระบรมวงศานุวงศ์ในพื้นที่ชายแดน จำนวน 3 ครั้ง เพื่อถวายถวายความปลอดภัยแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา การปฏิบัติเป็นด้วยความเรียบร้อย และสมพระเกียรติ, การรับองคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์ มาปฏิบัติภารกิจเพื่อติดตามและขับเคลื่อนโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และมอบถุงพระราชทานให้แก่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดนและประชาชน จำนวน 10 ครั้ง, การร่วมพิธีเนื่องในโอกาสวันสำคัญของชาติเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล จำนวน 62 ครั้ง, เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ จำนวน 211 ครั้ง, ร่วมกิจกรรมจิตอาสาบริจาคโลหิต จำนวน 55 ครั้ง ปริมาณโลหิต 152,400 ซีซี

ในด้านการพัฒนาสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน กองกำลังผาเมือง สร้างความร่วมมือและร่วมดำเนินโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้าน, ด้านลาว ผ่านกลไกชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดนไทย – ลาว เป็นทางการ จำนวน 1 ครั้ง ไม่เป็นทางการ จำนวน 3 ครั้ง, ด้านเมียนมา ผ่านกลไกของคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น (TBC) เป็นทางการ จำนวน 1 ครั้ง ไม่เป็นทางการ จำนวน 7 ครั้ง และการประชุมคณะกรรมการสำนักงานประสานงานแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดน จำนวน 1 ครั้ง, การพัฒนาสัมพันธ์ระหว่างฐานปฏิบัติการ เพื่อประสานความร่วมมือ ในการสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายต่างๆ ตามแนวชายแดนมีการพบปะ จำนวน 32 ครั้ง (เมียนมา 17 ครั้ง ลาว 15 ครั้ง)

ส่วนแยก 2 โดยได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาพื้นที่และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ตามชายแดน โดยจัดตั้งหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด โดยได้ฝึกอบรมให้กับประชาชนและเยาวชน ในหมู่บ้านตามชายแดน ให้มี ส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมถึงปัญหาความมั่นคงอื่นๆ สร้างความปลอดภัยในหมู่บ้าน นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย จำนวน 10 ครั้ง รวมทั้งได้แจ้งข่าวสารเกี่ยวกับเครือข่ายผู้ค้า จนนำไปสู่ การจับกุมจำนวน 41 ราย และนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัด จำนวน 176 รายติดตามและความให้ช่วยเหลือในการส่งเสริมอาชีพให้มีงานทำหลังผ่านการบำบัด จำนวน 100 ราย เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมโดยไม่กลับไปกระทำความผิดในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก ในด้านการพัฒนาสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน กองกำลังผาเมือง สร้างความร่วมมือและร่วมดำเนินโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้าน, ด้านลาว ผ่านกลไกชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดนไทย – ลาว เป็นทางการ จำนวน 1 ครั้ง ไม่เป็นทางการ จำนวน 3 ครั้ง, ด้านเมียนมา ผ่านกลไกของคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น (TBC) เป็นทางการ จำนวน 1 ครั้ง ไม่เป็นทางการ จำนวน 7 ครั้ง และการประชุมคณะกรรมการสำนักงานประสานงานแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดน จำนวน 1 ครั้ง, การพัฒนาสัมพันธ์ระหว่างฐานปฏิบัติการ เพื่อประสานความร่วมมือ ในการสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายต่างๆ ตามแนวชายแดนมีการพบปะ จำนวน 32 ครั้ง (เมียนมา 17 ครั้ง ลาว 15 ครั้ง)

สรุปผลการปฏิบัติงานด้านการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด (1 ต.ต. 66 – ปัจจุบัน) การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน ทางหน่วยได้ดำเนินตามนโยบายของรัฐบาลในการลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติดรวมถึงนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ในการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน อย่างเข้มงวด โดยหน่วยสามารถสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด จำนวน 258 ครั้ง ตรวจยึดยาบ้าได้ 105.7 ล้านเม็ด, เฮโรอีน 236 กิโลกรัม, ไอซ์ 1,248 กิโลกรัม, ฝิ่น 158 กิโลกรัม และคีตามีน 29 กิโลกรัม สามารถจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 273 คน กลุ่มขบวนการเสียชีวิต จำนวน 29 ราย จากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ จำนวน 29 ครั้ง โดยเป็นเหตุการณ์ปะทะ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ 20 เหตุการณ์, จังหวัดเชียงราย 8 เหตุการณ์ และ จังหวัดอุตรดิตถ์ 1 เหตุการณ์ เมื่อ 11 พ.ย. 66 ปะทะที่ บ.สันมะเค็ด ตรวจยึดยาบ้าได้ 240,000 เม็ด และกลุ่มขบวนการฯเสียชีวิต 1 ศพ, เมื่อ 14 พ.ย. 66 ปะทะที่ บ.ป่ากล้วย ตรวจยึดยาบ้าได้ 500,000 เม็ด, ฝิ่นดิบ น้ำหนัก 6.4 กิโลกรัม และกลุ่มขบวนการฯเสียชีวิต 2 ศพ, เมื่อ 16 ธ.ค. 66 ปะทะที่ บ.ปางมะหัน ตรวจยึดยาบ้าได้ 2,040,000 เม็ด และกลุ่มขบวนการฯเสียชีวิต 15 ศพ, เมื่อ 21 ธ.ค. 66 ปะทะที่ บ.ปะสี ตรวจยึดยาบ้าได้ 2,060,000 เม็ด และกลุ่มขบวนการฯเสียชีวิต 2 ศพ, เมื่อ 21 ธ.ค. 66 ปะทะที่ บ.นาศิริ ตรวจยึดยาบ้าได้ 224,000 เม็ด เฮโรอีน น้ำหนัก 800 กรัม และกลุ่มขบวนการฯเสียชีวิต 1 ศพ, เมื่อ 6 ม.ค. 67 ปะทะที่ บ.แม่สะแลป ตรวจยึดไอซ์ได้ 323 กิโลกรัม และกลุ่มขบวนการฯเสียชีวิต 1 ศพ, เมื่อ 11 ม.ค. 67 ปะทะที่ บ.หล่ายอาย ตรวจยึดยาบ้าได้ 35 เม็ด, ฝิ่น 74.7 กิโลกรัม และกลุ่มขบวนการฯเสียชีวิต 1 ศพ, เมื่อ 26 ม.ค. 67 ปะทะที่ บ.ห้วยลึก ตรวจยึดยาบ้าได้ 6,000,000 เม็ด และ คีตามีน น้ำหนัก 29 กิโลกรัม, เมื่อ 28 ม.ค. 67 ปะทะที่ ช่องทางปางตอง ตรวจยึดยาบ้าได้ 2,500,000 เม็ด, เมื่อ 21 ก.พ. 67 ปะทะที่ บ.ป่าแดง ตรวจยึดยาบ้าได้ 1,400,000 เม็ด และไอซ์ น้ำหนัก 25 กิโลกรัม, เมื่อ 27 ก.พ. 67 ปะทะที่ บ.หล่ายอาย ตรวจยึดยาบ้าได้ 600,000 เม็ด และกลุ่มขบวนการฯเสียชีวิต 3 ศพ, เมื่อ 28 ก.พ. 67 ปะทะที่ บ.หนองไผ่ ตรวจยึดยาบ้าได้ 300,000 เม็ด, เฮโรอีน น้ำหนัก 3 กิโลกรัม และฝิ่น น้ำหนัก 19.2 กิโลกรัม, เมื่อ 1 มี.ค. 67 ปะทะที่ ตลาดแม่จัน ตรวจยึดยาบ้าได้ 6,000,000 เม็ด, เมื่อ 3 มี.ค. 67 ปะทะที่ ช่องทางเขาหัวโล้น ตรวจยึดยาบ้าได้ 700,000 เม็ด, เมื่อ 10 มี.ค. 67 ปะทะที่ บ.ปูนะ ตรวจยึดยาบ้าได้ 1,600,000 เม็ด, เมื่อ 11 มี.ค. 67 ปะทะที่ ช่องทาง บ.สันมะเค็ด ตรวจยึดยาบ้าได้ 450,000 เม็ด และกลุ่มขบวนการฯเสียชีวิต 1 ศพ, และเมื่อ 12 มี.ค. 67 ปะทะที่ บ.ดอยแหลม ตรวจยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด และกลุ่มขบวนการฯเสียชีวิต 1 ศพ

การปฏิบัติภารกิจในการลาดตระเวนและดับไฟป่า ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่รับผิดชอบได้ดำเนินการดับไฟป่า จำนวน 16 ครั้ง พื้นที่ได้รับความเสียหาย 532 ไร่ และการทำแนวกันไฟ จำนวน 76 ครั้ง รวมระยะทาง 229.5 กิโลเมตร มีสร้างวายการสการสร้างฝายชะลอน้ำ ดำเนินการไปแล้ว ตั้งแต่ ต.ค. 66 – ปัจจุบัน ได้ดำเนินการสร้างฝาย จำนวน 127 ฝาย

การสนับสนุนสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เจ็บป่วยหนักที่อยู่พื้นที่ทุรกันดารห่างไกล โดยจัด เฮลิคอปเตอร์ทหารแบบ 212 และเฮลิคอปเตอร์ทหารแบบ 145 รับผู้ป่วย จำนวน 45 ครั้ง มีผู้ได้รับการช่วยเหลือ จำนวน 45 ราย

นอกจากนี้ยังได้ปฏิบัติงานตามแผนรักษาความมั่นคงภายใน ในบทบาทของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 2 โดยได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาพื้นที่และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ตามชายแดน โดยจัดตั้งหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด โดยได้ฝึกอบรมให้กับประชาชนและเยาวชน ในหมู่บ้านตามชายแดน ให้มี ส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมถึงปัญหาความมั่นคงอื่นๆ สร้างความปลอดภัยในหมู่บ้าน นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย จำนวน 10 ครั้ง รวมทั้งได้แจ้งข่าวสารเกี่ยวกับเครือข่ายผู้ค้า จนนำไปสู่ การจับกุมจำนวน 41 ราย และนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัด จำนวน 176 รายติดตามและความให้ช่วยเหลือในการส่งเสริมอาชีพให้มีงานทำหลังผ่านการบำบัด จำนวน 100 ราย เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมโดยไม่กลับไปกระทำความผิดในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก

หน่วยได้ดำเนินการโดยใช้แนวทางของกองทุนแม่ของแผ่นดิน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของหมู่บ้าน/ชุมชนเชิงคุณภาพ โดยรวมพลังของชุมชนเข้าแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้วยจิตใจ ที่พึ่งตนเองและฟื้นฟูทุนทางสังคมของหมู่บ้านให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นตามสภาพของ มิติทางสังคมวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่ ให้ยึดโยงกับความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้ขับเคลื่อนเป็นหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินแล้ว จำนวน 144 หมู่บ้าน ซึ่งในปีนี้ บ้านห้วยน้ำเย็น ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านในความรับผิดชอบของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 2 ได้รับการคัดเลือกจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ให้เป็น 1 ใน 12 หมู่บ้าน จาก 26,507 หมู่บ้านทั่วประเทศ เป็นหมู่บ้านต้นแบบและบุคคลต้นแบบกองทุนแม่ของแผ่นดินและหน่วยยังได้เข้าติดตามการแก้ไขวิกฤตของหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชน ในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและมีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย สามารถแก้ไขปัญหา/วิกฤติได้แล้ว จำนวน 159 เรื่อง