กรมศิลป์รับมอบโบราณวัตถุยุคพุทธศตวรรษ 20-22 จากกงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่เกือบ 400 ชิ้น หลังพบระหว่างปรับปรุงพื้นที่

กงสุลใหญ่สหรัฐฯ ส่งมอบโบราณวัตถุ 399 ชิ้น ที่พบในพื้นที่ให้กรมศิลป์ดูแล อบจ.เชียงใหม่รับช่วงเตรียมปรับพื้นที่เป็นแลนด์มาร์คใหม่ เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์

เชียงใหม่ 20 ก.พ.-ที่สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่ (แห่งเดิม) ข้างสำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่ ต.ช้างม่อย อ.เมืองเชียงใหม่ นางคีเลีย คัมมินส์ กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีส่งมอบโบราณวัตถุอย่างเป็นทางการให้แก่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ ผู้แทนกรมศิลปากร โดยมีนางฉัตรลดา สินธุสอน ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ เป็นตัวแทนรับมอบ โดยมีนางอิโลนา อเล็กซานโดรวา ที่ปรึกษาฝ่ายสื่อมวลชนและวัฒนธรรม สถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ ผู้แทนสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่และผู้เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยาน
นางคีเลีย กล่าวว่า เพื่อเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสหรัฐฯ และไทย และความเคารพของสหรัฐฯ ต่อประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันล้ำค่าของประเทศไทย โดยโบราณวัตถุเหล่านี้ถูกค้นพบในปี 2545 ระหว่างการขุดดินเพื่อวางท่อระบายน้ำที่บริเวณสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ ประจำเชียงใหม่แห่งเดิม ซึ่งทั้งหมดประกอบด้วย เศษ เครื่องปั้นดินเผา โลหะ และกระดูกสัตว์ ที่มีอายุย้อนไปถึงช่วงพุทธศตวรรษที่ 20-22 โดยสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ระบุในว่า วัตถุเหล่านี้เป็นโบราณวัตถุที่สำคัญและแนะนำให้สถานกงสุลใหญ่จัดเก็บไว้ในสถานที่ที่ปลอดภัย ในเดือนกรกฎาคม 2568 สถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่และคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มาประเมินโบราณวัตถุ หลังจากการตรวจสอบ ผู้เชี่ยวชาญจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ได้เข้ามารับโบราณวัตถุเหล่านี้ในเดือนกันยายน 2568 เพื่อบันทึกและจัดทำทะเบียน โดยมีการจัดทำทะเบียนรายการโบราณวัตถุทั้งหมดจำนวน 171 รายการ 399 ชิ้นขึ้น แบ่งเป็นประเภทสำคัญ ๆ ดังนี้
เศษเครื่องปั้นดินเผา ที่คาดว่า น่าจะผลิตจากแหล่งเตาเผาในล้านนา เช่น เตาเวียงกาหลง เตาสันกำแพง และเตาลำปาง มีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 20-22 เศษเครื่องปั้นดินเผาจีนสมัยราชวงศ์หมิง : มีอายุประมาณพุทธศตวรรรษที่ 20-22 เศษเครื่องปั้นดินเผาจีนสมัยราชวงศ์ชิง : มีอายุประมาณกลางพุทธศตวรษที่ 24 ถึงกลางพุทธศตวรรษที่ 25 ซึ่งพิธีในวันนี้ ถือเป็นการส่งมอบโบราณวัตถุเหล่านี้อย่างเป็นทางการ พร้อมกับทะเบียนรายการที่จัดทำขึ้นให้แก่พิพิธภัณฑ์เสถานแห่งชาติเชียงใหม่ เพื่อการอนุรักษ์และการศึกษาต่อไป

นางสาวฉัตรลดา นางฉัตรลดา กล่าวว่า การส่งมอบครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของสหรัฐฯ และประเทศไทยในการปกป้องคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของสถานที่และวัตถุที่พบที่นี่ โบราณวัตถุเหล่านี้จะให้ข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของภูมิภาค และจะเป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับนักวิจัยและประชาชนทั่วไป พื้นที่นี้อยู่ในย่านคนมีเงินในยุคนั้น ทำให้พบโบราณวัตถุจากเตาเวียงกาหลงมาก ทั้งดินเผาและเครื่องเคลือบ ลายสีดำใต้เครื่องเคลือบใส เลียนแบบของจีนมีสีน้ำเงินขาวสวย ส่วนที่มีสีเขียวเข้มมีความพิเศษและเป็นของในการใช้ชีวิตประจำวันของชาวล้านนาและเมียนมาในแถบนี้

ในโอกาสนี้ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ ร่วมกับนักโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่และเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ ยังได้บรรยายรายละเอียดของโบราณวัตถุที่ได้รับมอบ พร้อมทั้งร่วมเสวนาถึงคุณค่าความสำคัญของโบราณวัตถุเหล่านี้ในฐานะหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีของพื้นที่ดังกล่าวด้วย

ด้านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 75 ปี ที่ทางสหรัฐอเมริกาเช่าพื้นที่จากกรมธนารักษ์ ชาวเชียงใหม่ไม่มีโอกาสได้เข้ามาชมโบราณสถานแห่งนี้เลย ซึ่งหลังการส่งมอบพื้นที่คืนให้กับกรมธนารักษ์ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ ทาง อบจ.เชียงใหม่ จะเข้ามาดูแลพื้นที่ต่อ เพื่อเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ไทย-สหรัฐฯ ประวัติเจ้านายเหนือ มีร้านกาแฟ เป็นพื้นที่ปอดกลางเมืองเชียงใหม่ บนเนื้อที่กว่า 8 ไร่ เบื้องต้นที่น่าสนใจคือ อาคาร 5-6 หลังที่อยู่ในบริเวณ โดยเฉพาะคุ้มเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์สุดท้าย อาคาร 2 ชั้น ที่ทุกอย่างยังสมบูรณ์แบบที่สุด ห้องที่ทรงพิราลัย คุ้มเจ้าทิพเกสร โรงเลี้ยงม้า อาคารที่เคยตั้งพระศพพระราชชายาเจ้าดารารัศมีและเจ้าแก้วนวรัฐฯ และบริเวณรอบๆ ที่ยังคงสวยงาม เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ของล้านนา แต่เราจะมีการเชิญทุกส่วน รวมทั้งทายาทเจ้านายฝ่ายเหนือมาหารือเพื่อหาข้อสรุปสุดท้ายต่อไป โดยเน้นความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความร่วมมือกับสถาบันในท้องถิ่น และสานต่อความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างสหรัฐฯ และประเทศไทยให้เข้มแข็งยิ่งยิ่งขึ้นไป.