กรีนบัสโชว์ศักยภาพขนส่งยุคดิจิทัลเปิดตัว”EV Greebus – Fair Super Charge” หนุนคมนาคมสะอาดเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ปี’70 ดันเข้าตลาดหลักทรัพย์

ยักษ์ใหญ่ขนส่งเหนือ’กรีนบัส’ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ “EV Greenbus” รถโดยสารไฟฟ้าเจ้าแรกในภาคเหนือพรัอมสถานีชาร์จรถไฟฟ้า “Fair Super Charge” ทุ่มกว่า 100 ล้าน ขับเคลื่อนคมนาคมสะอาด สู่อนาคตที่ยั่งยืนเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้าปี 70 ก้าวเข้าตลาดหลักทรัพย์ระดมทุนพัฒนาศักยภาพเพิ่ม

เชียงใหม่ 28 พ.ย.- ที่สำนักงานกรีนบัส เชียงใหม่ บริษัท ชัยพัฒนาขนส่งเชียงใหม่ จำกัด อ.เมืองเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานในการ เปิดตัวรถโดยสารไฟฟ้าเชิงพาณิชย์“EV Greenbus” จำนวน 12 คัน ของกรีนบัส โดยมีนายกฤษฏิภาชย์ (สมชาย) ทองคำคูณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชัยพัฒนาขนส่งเชียงใหม่ จำกัดพร้อมด้วยคณะผู้บริหาร นายมานพ พุทธวงค์ ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่และคณะ รวมทั้งผู้บริหารภาคเอกชน ราชการ ภาคีพันธมิตรร่วมในกิจกรรมจำนวนมาก โดยนายกฤษฏิภาชย์ กล่าวว่า กรีนบัสผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะภาคเหนือตลอดเส้นทางกว่า 60 ปี วันนี้โลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ทุกภาคส่วนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมและคุณภาพอากาศอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในพื้นที่เชียงใหม่ที่เผชิญกับความท้าทายด้านมลภาวะมาอย่างยาวนาน ด้วยเหตุนี้ กรีนบัสเชื่อว่า การเดินทางท่ีดีไม่เพียงต้องสะดวก ปลอดภัยและตรงเวลา แต่ยังต้อง “เคารพสิ่งแวดล้อม” และ “คืนอากาศบริสุทธิ์ให้ชุมชน”จึงได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานเชิงยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจน เพื่อก้าวสู่การขับเคลื่อนระบบคมนาคมที่เป็นมิตรต่อโลกมากยิ่งขึ้น
EV Greenbus คือก้าวสำคัญสู่ระบบคมนาคมสะอาดของภาคเหนือ ถือเป็นหมุดหมายใหม่ของกรีนบัส ด้วยการเปิดตัวรถโดยสารไฟฟ้าเชิงพาณิชย์“EV Greenbus”เป็นเจ้าแรกของภาคเหนือ ลงทุนโดย บริษัท ชัยพัฒนาขนส่งเชียงใหม่ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท กรีนแคปปิตอล จำกัด สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการลงทุนระยะยาว เพื่อเปลี่ยนผ่านระบบขนส่งสู่พลังงานสะอาดอย่างแท้จริง ในเฟสแรก ให้บริการในเส้นทางสำคัญ ได้แก่ เชียงใหม่–เชียงราย และเชียงใหม่–พะเยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพการเดินทาง ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์และผลักดันระบบขนส่งสาธารณะที่สะอาดและยั่งยืน รถโดยสารไฟฟ้าทั้ง 12 คัน ในเส้นทาง สามารถ
ให้บริการรวมระยะทางทั้งสิ้นกว่า 3 ล้านกิโลเมตรต่อปีซึ่งช่วยลดการใช้น้ำมันดีเซลได้ประมาณ 1 ล้านลิตรต่อปี หรือ 50% จากเดิม ผลจากการเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าทำให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงประมาณ 960 ตันต่อปีหรือคิดเป็นการลดคาร์บอนเฉลี่ย 56.7 กิโลกรัมต่อเที่ยวการเดินทาง (ระยะทาง 181 กิโลเมตรต่อเที่ยว) ซึ่งเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 96,000 ต้นต่อปี
ทุกบาทที่เราลงทุน คือก้าวย่างที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และช่วยบรรเทาปัญหาPM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องภาคเหนือมาอย่างยาวนาน หวังว่าการเริ่มต้นครั้งนี้จะเป็นการจุดประกายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนและเป็นต้นแบบของระบบขนส่งสีเขียวที่เติบโตไปพร้อมกับชุมชนอย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิด ESG – Environment, Social, and Governance ที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารจัดการที่โปร่งใส
การเปลี่ยนผ่านจากรถโดยสารพลังงานน้ำมันสู่รถโดยสารไฟฟ้าในครั้งนี้ไม่เพียงยกระดับคุณภาพการเดินทางให้ผู้โดยสารได้รับประสบการณ์ที่สะดวกสบาย ทันสมัยและมีความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานใหม่ให้กับระบบขนส่งสาธารณะของภาคเหนือ ด้วยการลดมลพิษทางอากาศ เพิ่มความเงียบและสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อชุมชนอย่างยั่งยืนและอีกหนึ่งสิ่งที่เราใส่ใจในทุกรายละเอียด คือแถบพลังงานบนโลโก้ Greenbus จากเดิมที่เป็น
สีแดงแทนพลังงานน้ำมัน วันนี้ได้เปลี่ยนเป็นแถบพลังงานสีฟ้าที่ใช้กับรถ EV Greenbus เพื่อสะท้อนการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของพลังงานไฟฟ้าอย่างแท้จริง

สำหรับ Fair Super Charge โครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดเพื่ออนาคตแบบ’แฟร์ๆ’ พร้อมหัวชาร์จไฟฟ้าจำนวน 6 หัว ชาร์จเร็วสูงสุด 720 KWH เป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด เพื่อสนับสนุนการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าและระบบคมนาคมสีเขียวในจังหวัดเชียงใหม่รองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าและระบบคมนาคมสีเขียวในภูมิภาค ไม่เพียงสำหรับรถ EV Greenbus เท่านั้น แต่ยังเปิดให้ผู้ใช้รถ EV ทั่วไปสามารถเข้ามาชาร์จได้อย่างรวดเร็ว สะดวกและปลอดภัย การลงทุนใน 2 โปรเจคทั้ง “EV Greenbus” และ “Fair Super Charge” ทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท และบริษัทฯยังคงเดินหน้าลงทุนเพื่อยกระดับเส้นทางคมนาคมสีเขียวให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ในอนาคตมีแผนขยายจำนวนรถโดยสารไฟฟ้า EV Greenbus พร้อมทั้งเตรียมขยายสถานีชาร์จรถไฟฟ้า Fair Super Charge ไปยังจังหวัดสำคัญในภาคเหนือ อาทิ เชียงรายและจังหวัดศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวอื่นๆ เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานรองรับทั้งการเดินทางของประชาชน รวมถึงการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต การลงทุนนี้จะช่วยสร้างเครือข่ายการเดินทางสีเขียวที่สมบูรณ์ เชื่อมโยงเมืองหลัก–เมืองรอง
และสนับสนุนการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
นอกจากนี้มี“Greenpark Chiang Rai” คอมมูนิตี้มอลล์เพื่อชุมชน เสริมเศรษฐกิจเชียงรายอย่างยั่งยืน
ภายใต้การบริหารของบริษัท คำพรพัฒนา จำกัด “บริษัทในเครือฯ” โครงการออกแบบโดยผสมผสานธรรมชาติ เสน่ห์ท้องถิ่นและความทันสมัย จากแรงบันดาลใจของบ้านชาวเขา เสริมด้วยพื้นที่สีเขียวและพื้นที่พักผ่อน เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของครอบครัว ชุมชนและนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นเติบโตไปพร้อมกับร้านค้าชั้นนำระดับประเทศ บนแนวคิด “คอมมูนิตี้มอลล์ที่ยั่งยืน” ที่ผสมผสานความสะดวกสบายและใส่ใจสิ่งแวดล้อมไว้ด้วยกัน โดยจะเปิดให้บริการเฟสแรกในเดือนมกราคม 2569 และเปิดเต็มรูปแบบภายในไตรมาส 4 ปี 2569 เชื่อมั่นว่า ความตั้งใจในครั้งนี้จะเป็นรากฐานสำคัญของระบบคมนาคมสะอาดของภาคเหนือ ช่วยลดมลพิษ ลดคาร์บอนและสร้างเมืองที่น่าอยู่ขึ้นสำหรับทุกคน วันนี้ EV Greenbus ไม่ได้เป็นเพียง “บริการเดินทาง” แต่คือการพาทุกคนออกเดินทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน “A New Journey Toward Sustainability

“ประชาชนส่วนใหญ่เขาต้องการเทคโนโลยีใหม่ๆนะครับแล้วก็มีความสะดวกสบายแล้วก็เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นรถห้ามพลาดแล้วตอนนี้เรื่องเทคโนโลยีเรามีรถที่ให้บริการกับประชาชนอยู่ประมาณ 100 คันรถ EV มี 12 คันก็ประมาณ 12% คิดว่าในปีหน้านะครับถ้าเกิดเราได้รับการสนับสนุนจากธนาคารพาณิชย์เราก็จะลงทุนเพิ่มขึ้นอีกอาจจะเป็นรถไซส์บัสขนาดกลางกับรถบัสขนาดใหญ่เพราะว่าเส้นทางจากเชียงใหม่ไปแม่สายมันจะต้องไปชาร์จที่แม่สายด้วย มีที่นั่งผสมแล้วก็เป็นที่นั่งแบบ vip 24 ที่นั่ง ช่วงล่างห้องโดยสารก็เหมือนกันหมดแต่เราเพิ่มเรื่องของตัวดักฝุ่นนะครับ PM 2.5 เข้ามามันจะทำให้เรื่องของสุขภาพไม่ว่าเป็นโรคระบาดทางอากาศจะช่วยจำกัดออกไปได้ที่เหลือก็คือเป็นเรื่องของเทคโนโลยีเรื่องของข้อมูลต่างๆ ในเส้นทางที่เราให้บริการอยู่ประมาณกว่า 10 เส้นทาง เป็นรถข้ามภาคอยู่ประมาณ 20 คัน ที่เหลืออีก 80 คันเป็นรถที่อยู่ในภาคเหนือตอนบน ที่แพลนไว้ปีหน้าอีก 25 คัน แล้วก็ในปี 70 ซึ่งเป็นปีที่เราได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ถ้าเราเข้าได้นะครับเราก็จะมีการระดมทุนเพื่อที่จะเปลี่ยนฟีดหรือรถเป็น EV ต่อไป ถ้าเป็นภาคเหนือทั้งหมด 100% ไม่เกิน 5 ปี เป้าหมายสำคัญทำให้เมืองเราให้น่ามาเที่ยวเป็นมิตรสิ่งแวดล้อมเศรษฐกิจมันก็จะดี”ผู้บริหารกรีนบัสย้ำและว่า

ความท้าทายทางเศรษฐกิจ–ผลประกอบการปี 2568
ซีอีโอกรีนแคปปิตอลเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและปัญหา PM2.5 ส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาส 3–4 ไม่ดีนัก แม้ Q1–Q2 จะทำได้ดี คาดว่ารายได้รวมปี 2568 อยู่ที่ราว 385 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 ที่มีรายได้ประมาณ 390–400 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทมั่นใจว่า การลงทุนด้านระบบขนส่งพลังงานสะอาดจะช่วยสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนภาคเหนือสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อโลกอย่างแท้จริง.