กองทัพบกส่ง ฮ.mi- 17 สนับสนุนภารกิจดับไฟป่า 17 จังหวัดภาคเหนือปีนี้พบฮอตสปอตเพิ่มสูง 42%

ทบ.ยกระดับช่วยดับไฟภาคเหนือส่ง mi -17 เข้าเสริม สถิติปีนี้ 17 จังหวัดเหนือไฟเพิ่มสูง pm2.5 เกินมาตรฐานมากกว่าปีก่อนแล้ว 42% เชียงใหม่ดอยเต่ายังไม่ดับ
เชียงใหม่ 21 ก.พ.- ที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า(ศอ.ปกป.ภาค 3 สน.) อ.แม่ริม  ศูนย์ควบคุมอากาศยานและดับไฟป่า แจ้งว่า  กองทัพบกเตรียมยกระดับการแกัไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ โดยอนุมัติให้หน่วยบินทหารบกยุทธวิธีที่ 3 สนับสนุน เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป แบบ 17 พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำอากาศยานและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องที่เกี่ยวข้องและถุงบรรจุน้ำแบบพับได้เข้ามาประจำการที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า จำนวน 1 ลำ เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานตามแผนโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ พื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ประจำปี 2568  ที่กองพลทหารราบที่ 7 อ.แม่ริม จ.ชม.และพร้อมให้การสนับสนุนภารกิจได้ทันที เมื่อได้รับการประสานขอใช้งานจากหน่วยงานและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจนกว่าจะจบภารกิจจากการตรวจสอบจากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควันและระดับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือของ ศอ.ปกป.ภาค 3 สน. ในเวลา 07.00 น.พบว่า เกิดจุดความร้อน จำนวน 42 จุด สูงสุดที่ เพชรบูรณ์ จำนวน 21 จุด รองลงมาคือ เชียงใหม่และตาก จำนวน 5 จุด และ พะเยา จำนวน 4 จุด ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นเขต สปก. จำนวน 13 จุด รองลงมาคือ ป่าอนุรักษ์ จำนวน 12 จุด และ พื้นที่เกษตร จำนวน 11 จุดส่วนค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 13 จังหวัด สูงสุดที่ ต.ในเมือง อ.เมือง พิษณุโลก 58.40 มคก./ลบ.ม. รองลงมาที่ ต.แม่ป่ะ อ.แม่สอด จ.ตาก 48.40 มคก./ลบ.ม. และ ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน 47.80 มคก./ลบ.ม. (เริ่มมีผลต่อสุขภาพ)ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 20 กุมภาพันธ์ 2568 เกิดจุดความร้อนสะสมจำนวน 14,364 จุด เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา จำนวน 6,111 จุด คิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 42.60 ในขณะที่จังหวัดเชียงใหม่มีจำนวนวันเกินเกณฑ์มาตรฐานจำนวน 18 วัน จากปี 67 ( 12 วัน ) คิดเป็นร้อยละเพิ่มขึ้น 33.33