Ep:1 เหนือมหานครกาแฟ คลัสเตอร์ใหญ่เชื่อมโยงยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนตั้งแต่ต้นน้ำ โครงการหลวงฯ- OR ร่วมดันเต็มอัตรา
เชียงใหม่ 5 ก.ย.- กาแฟ พืชเศรษฐกิจสำคัญอีกชนิดที่ถูกจับตาหลังพบตัวเลขด้านการผลิต ส่งเสริมและกระแสการบริโภคพุ่งสูงต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หลายหน่วยงานให้ความสนใจในการส่งเสริมโดยเฉพาะมูลนิธิโครงการหลวง เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกาแฟไทย สร้างรายได้ให้กับชุมชนบนพื้นที่สูงจากกาแฟพ่อหลวงเผยแพร่ไปทุกดอย เป็นต้นแบบการพัฒนาแบบครบวงจร จากการส่งเสริมและรับซื้อผลผลิตของเกษตรกร ปีละประมาณ 1,000-1,500 ตัน มูลค่าราว 200-300 ล้านบาทต่อปี และสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรในประเทศไทย รวมมากกว่า 2,273 ล้านบาท และมูลค่าตลาดกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ รวมประมาณ 34,470 ล้านบาท(ข้อมูล 2567)
แต่ทั้งนี้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 เชียงใหม่(สศท.1) เผยว่า สายพันธุ์หลักของภาคเหนือคือ อาราบิก้า ที่ สศท.1 มีการพัฒนาเพื่อเสริมสร้างโอกาสการพัฒนา โดยนางสุจารีย์ พิชา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 เชียงใหม่ (สศท.1) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย โดยในปี 2567 ผ่านมา(ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกาปี 2567) สถานการณ์การผลิตกาแฟทั่วโลกมีผลผลิตรวม 10.57 ล้านตัน โดยประเทศไทยมีผลผลิต 16,623 ตัน ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์อาราบิก้าร้อยละ 64.31 และพันธุ์โรบัสตาร้อยละ 35.69 ปัจจุบันอุตสาหกรรมกาแฟไทยมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกับโลก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดนโยบายส่งเสริมการปลูกกาแฟในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้าและยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตร ซึ่ง“กาแฟพันธุ์อาราบิก้า” เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมใช้ในร้านกาแฟสดและกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ประเทศไทยมีแหล่งปลูกกาแฟอาราบิก้าที่สำคัญในพื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงรายและน่าน
สศท.1 ได้ติดตามสถานการณ์การผลิตภาพรวมของกาแฟอาราบิก้าจังหวัดเชียงใหม่ ปี 2567 ซึ่งจังหวัดได้มีการบรรจุสินค้ากาแฟไว้ในแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ ปี 2566 – 2570 ภายใต้กลยุทธ์ส่งเสริมและพัฒนาการบริหารจัดการโซ่อุปทานสินค้าเกษตรส่งเสริมและพัฒนาระบบตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพและเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายการส่งเสริมการปลูกกาแฟเพื่อทดแทนการนำเข้าและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 บนพื้นที่ภาคเหนือ สอดคล้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ให้ความสำคัญกับพืชกาแฟ โดยมีการจัดทำแผนพัฒนากาแฟแห่งชาติปี 2565 – 2574 ซึ่งมีเป้าหมายเสริมสร้างโอกาสในการพัฒนาการผลิตกาแฟตลอดห่วงโซ่คุณค่า ให้เกิดความยั่งยืนและยกระดับศักยภาพในการพัฒนากาแฟอย่างต่อเนื่องบนฐานการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการพัฒนาคุณภาพผลผลิต พัฒนาตลาดกาแฟคุณภาพและมีเอกลักษณ์ที่แข่งขันได้
ทั้งนี้การผลิตกาแฟอาราบิก้าจังหวัดเชียงใหม่ ปี 2567 มีพื้นที่ปลูก 35,385 ไร่ผลผลิตกาแฟอาราบิก้าผลสด 17,250 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 500 กิโลกรัม/ไร่ มีเกษตรกรผู้ปลูกที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร 1,424 ราย ส่วนใหญ่เกษตรกรปลูกช่วงเดือน พฤษภาคม – กรกฎาคม เริ่มให้ผลผลิตในปีที่ 2 ขึ้นไป และสามารถเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 7 ปี จากนั้นผลผลิตกาแฟจะเริ่มลดลง เกษตรกรเก็บเกี่ยวช่วงเดือน พฤศจิกายน – มีนาคม ปัจจุบันราคาที่เกษตรกรขายได้ (ณ เดือนตุลาคม 2567 – เมษายน 2568) แบ่งเป็น กาแฟอาราบิก้าผลสด(คละ) เฉลี่ยอยู่ที่ 23.83 บาท/กิโลกรัม และเมล็ดกาแฟดิบ(สารกาแฟ) เฉลี่ยอยู่ที่ 176 บาท/กิโลกรัม ด้านการจำหน่ายผลผลิต เกษตรกรจำหน่ายกาแฟในรูปแบบผลสดและเมล็ดกาแฟดิบ(สารกาแฟ) โดยมีแหล่งรับซื้อที่สำคัญ ได้แก่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ผู้ประกอบการเอกชนและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ ทั้งนี้จากการที่เกษตรกรจำหน่ายกาแฟอาราบิก้าผลสด (คละ) และเมล็ดกาแฟดิบ (สารกาแฟ) สร้างมูลค่ากว่า 595 ล้านบาท
สศท.1 ได้ศึกษาแนวทางการพัฒนากาแฟอาราบิก้าจังหวัดเชียงใหม่ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากเกษตรกรกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่ จำนวน 102 ราย และจัดประชุม Focus Group ผู้เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทานกาแฟ พบว่า กาแฟอาราบิก้าจังหวัดเชียงใหม่มีจุดแข็ง คือ มีรสชาติที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัว ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สินค้า GI เมื่อปี 2558 มีผลิตภัณฑ์แปรรูปที่หลากหลายสามารถเพิ่มมูลค่าได้ ประกอบกับมีโอกาสจากความนิยมการท่องเที่ยวของจังหวัดส่งผลให้การบริโภคกาแฟเพิ่มขึ้น ตลาดกาแฟเติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีสภาพพื้นที่มีความเหมาะสมทำให้กาแฟมีรสชาติดี
ทั้งนี้สำหรับแนวทางการพัฒนากาแฟอาราบิก้าของจังหวัดเชียงใหม่ในระยะต่อไป ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ควรส่งเสริมกระบวนการผลิตและแปรรูปที่มีมาตรฐาน เพิ่มความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภค จัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ด้านเกษตรมูลค่าสูง (Future process) ที่ทันสมัย พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือบูรณาการระหว่างภาครัฐ เอกชน และกลุ่มเกษตรกร/จัดเวทีหารือประจำปี วิจัยและพัฒนาปัจจัยที่เกี่ยวข้องในกระบวนการผลิต กำหนดพื้นที่ปลูกที่เหมาะสมโดยร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมการสร้างอัตลักษณ์กาแฟจังหวัดเชียงใหม่ เชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อให้เกิดเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ สร้างกระแส Product of Chiang Mai และประชาสัมพันธ์ถึงกระบวนการผลิตกาแฟจังหวัดเชียงใหม่ที่มีมาตรฐานสูง ส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าร่วมการประกวดกาแฟ ผู้สนใจข้อมูลสถานการณ์การผลิตกาแฟอาราบิกาของจังหวัดเชียงใหม่ หรือผลการศึกษาเชิงลึก สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สศท.1 โทร 0 5312 1318 หรืออีเมล zone1@oae.go.th.
จากการขับเคลื่อนทุกส่วนโดยเฉพาะภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปางและแม่ฮ่องสอน) ได้ร่วมผลักดันอุตสาหกรรมกาแฟเป็นคลัสเตอร์สำคัญที่มีโอกาสเติบโตและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่พื้นที่ได้อีกมากพร้อมดันให้เป็นศูนย์กลางหรือนครหลวงของกาแฟอาราบิก้าด้วย ซึ่งแน่นอนว่าไม่เฉพาะแค่ส่วนราชการหรือมูลนิธิโครงการหลวงเท่านั้น ภาคเอกชนก็มีบทบาทขับเคลื่อนทั้งหอการค้า สภาอุตสาหกรรมหรือกรอบความร่วมมือ กกร. ยังมีบริษัทเอกชน องค์กรรัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา เข้ามามีบทบาทร่วมขับเคลื่อนด้วย(ติดตามตอนหน้า..




