ชาวสวนลำไยเหนือยิ้มแป้น ปีนี้ราคาดีต่อเนื่อง

เกษตรเชียงใหม่ลงพื้นที่สารภีติดตามสถานการณ์ลำไยหอมสารภี สินค้า GI ภาพรวมปีนี้เกษตรกรชื่นใจราคาดีรอบหลายปี สดช่อแตะกก. 40 บาท
เชียงใหม่ 10 ส.ค.- นายเจริญ พิมพ์ขาล เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ติดตามสถานการณ์ผลผลิตลำไย พื้นที่อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ โดยนางมัฑนา ธรรมใจ เกษตรอำเภอสารภี พร้อมเกษตรกรต้นแบบแปลงใหญ่ ร่วมให้ข้อมูลดำเนินงาน ทั้งนี้จังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ผลิตลำไยคุณภาพระดับประเทศมาอย่างยาวนาน เป็นไม้ผลที่เจ้าดารารัศมี พระราชชายา ริเริ่มนำมาปลูกเป็นองค์แรก และเริ่มมีการพัฒนาการผลิตตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนกระทั่งที่ที่รู้จักของชาวไทยและต่างชาติที่นิยมบริโภคทั้งจีน เวียดนาม อินโดนีเซีย เป็นต้น เป็นผลไม้มงคล มีประโยชน์ต่อผู้บริโภคเป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ผลิตลำไยประมาณ 450,000 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์อีดอ ในฤดูจะให้ผลตั้งแต่กรกฎาคมเป็นต้นไป ซึ่งปีนี้ราคาสูงเป็นที่น่าพอใจของเกษตรกรรอบหลายปี แต่ละปีสามารถสร้างมูลค่าแก่ภาคการเกษตรปีละหลายพันล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ส่งเสริมเกษตรกรรวมกลุ่มการผลิตตามระบบแปลงใหญ่ เพื่อมุ่งยกระดับคุณภาพการผลิตลำไย โดยร่วมกับมหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคเอกชน ในพื้นที่นำเทคโนโลยีการผลิตลำไยบริโภคสด ทั้งให้ความรู้ฝึกปฏิบัติเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยจะร่วมกันกำหนดเป้าหมายการผลิต การถ่ายทอดเทคโนโลยี การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุกขั้นตอน จนถึงการเชื่อมโยงตลาด ร่วมกันจัดหาปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพดี ราคาถูกและการใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม อาทิ เทคโนโลยีการตัดช่อ การตัดแต่งทรงพุ่ม การให้น้ำ ปุ๋ย หรือการผลิตลำไยนอกฤดูเพื่อให้เกิดการกระจายผลผลิตในช่วงเทศกาล รวมถึงการขนส่งหรือบรรจุภัณฑ์ หรือสินค้าแปรรูปอื่นๆ ทำให้เกษตรกรจำหน่ายได้ราคาที่ดีมากส่วนการผลิตลำไยคุณภาพ กลุ่มลำไยแปลงใหญ่อำเภอสารภีที่มี นางอารีวรรณ บุญสูง ประธานแปลงใหญ่ลำไย หมู่ 5 ตำบลท่ากว้าง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ สามารถรวมกลุ่มเกษตรกรผลิตลำไยจำนวนสมาชิก 103 ราย พื้นที่ปลูกลำไย 354.50 ไร่ ผลผลิตรวม 301 ตันที่มีการบริการจัดการกลุ่มจนมีผลการดำเนินงานเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งขณะนี้นอกจากลำไยพันธุ์อีดอแล้วทางกลุ่มกำลังดำเนินการเรื่องสินค้าอัตลักษณ์ GI “ลำไยหอมสารภี” (Hom Saraphi Longan) ซึ่งเป็นลำไยพันธุ์หอมสารภี เป็นพันธุ์ที่ปลูกในพื้นที่อำเภอสารภีเท่านั้น ลักษณะแผ่นใบจะเป็นคลื่นไม่เรียบเหมือนลำไยทั่วไปก้านใบช่ออ่อนมีสีแดง ผลกลมแป้น เนื้อหนา มีสีขาวขุ่น รสชาติหวาน มีกลิ่นหอมเฉพาะซึ่ง1ปี สามารถให้ผลผลิตเพียงครั้งเดียว ซึ่งช่วงเวลานี้กำลังให้ผลผลิตผู้สนใจอุดหนุนลำไยหอมสารภีหรือสินค้าแปรรูปอื่นๆ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่โทรศัพท์: 0-5311-2478-79 สำนักงานเกษตรอำเภอสารภีโทรศัพท์ 0-5332-1144 

เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มว่า จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดฝนน้อยทิ้งช่วง สถานการณ์ผลผลิตลำไยในฤดูปีการผลิต 2566 นี้ของจังหวัดเชียงใหม่เฉลี่ยลดลงประมาณ 16,500 ตัน โดยคาดการณ์ว่าอำเภอทางโซนใต้จะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนในห้วงกลางเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป และช่วงเดือนสิงหาคมจะมีผลผลิตทยอยออกสู่ตลาดมากที่สุด ทั้งนี้มีความต้องการบริโภคลำไยสดทั้งภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศรวมประมาณ 71,400 ตันและความต้องการบริโภคแบบแปรรูปประมาณ 181,800 ตัน  

อย่างไรก็ตาม จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการเตรียมรับมือสถานการณ์ลำไยตามแนว “อมก๋อยโมเดล” โดยเตรียมสถานประกอบการรองรับผลผลิต ทั้งล้ง 163 แห่งทั่วจังหวัดเชียงใหม่, โรงงานแปรรูปกระป๋อง 12 บริษัท ซึ่งมีปริมาณความต้องการ 5,000 ตัน, ผู้ประกอบการลำไยอบแห้ง 54 แห่ง รับลำไยสดได้กว่า 7,400 ตันต่อวัน และผู้ประกอบการรับซื้อลำไยอบแห่ง 1 แห่ง ที่สามารถรับลำไยอบแห้งได้มากถึง 1,000,000 ตัน ปัจจุบันราคาเกรดช่ออยู่ที่กิโลกรัมละ 30-35 บาท ส่วนลูกร่วงทุกเกรด ทั้ง AA, A และ B ก็ดีมาก ดีกว่าปีที่แล้ว โดยเกรด AA อยู่ที่กิโลกรัมละ 28 บาท ปีที่แล้ว 13-15 บาท เกรด A กิโลกรัมละ 20-22 บาท ปีที่แล้ว 5 บาท และเกรด B กิโลกรัมละ 13-14 บาท ปีที่แล้ว 3-4 บาทและยังประเมินว่า ราคาปีนี้น่าจะขยับขึ้นได้อีก

ส่วนภาพรวมทั้งภาคเหนือผลผลิตลำไยในปีนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์คาดว่าจะมีปริมาณ 0.98 ล้านตัน เป็นผลผลิตของ จ.เชียงใหม่ 0.44 ล้านตัน หรือสัดส่วน 42% ของผลผลิตรวม ลำพูน 0.38 ล้านตัน หรือสัดส่วน 37% ที่เหลือเป็นของ จ.เชียงราย น่าน พะเยา แพร่ โดยผลผลิตได้ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงพีก 3 เดือนนับจากนี้ คาดว่าจะมีผลผลิตลดลง 40% เพราะได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง.