ทชม.ทำบุญครบ 38 ปี เดินหน้ายกระดับศักยภาพบริการปรับแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับผู้โดยสาร 20 ล้านคน

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ทำบุญครบรอบ 38 ปี เผยผลการดำเนินงานปี 2568 ผู้โดยสารกว่า 9.5 ล้านคน พร้อมเดินหน้าโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเติบโตในอนาคต ปรับเพิ่มแบบเสนอ ครม.เคาะงบเพื่อรองรับผู้โดยสารเต็มศักยภาพ 20 ล้านคน

เชียงใหม่ 2 มี.ค. – ที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ นายการันต์ ธนกุลจีรพัฒน์ ผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานเชียงใหม่พร้อมด้วยนายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 38 ปี การดำเนินงานของท่าอากาศยานเชียงใหม่ โดยมีคณะผู้บริหาร พนักงานและลูกจ้างท่าอากาศยานเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ สายการบิน ผู้ประกอบการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนสื่อมวลชน เข้าร่วมพิธีทำบุญและพิธีสืบชะตาตามแบบประเพณีล้านนา เพื่อความเป็นสิริมงคลอย่างพร้อมเพรียง ท่าอากาศยานเชียงใหม่เป็น 1 ใน 6 ท่าอากาศยานหลักของประเทศ ภายใต้การกำกับดูแลของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งรับโอนกิจการจากกรมการบินพาณิชย์ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2531 และมีบทบาทสำคัญในฐานะประตูสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ มีศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้ 8 ล้านคนต่อปี โดยในปี 2562 เคยให้บริการผู้โดยสารสูงกว่า 11 ล้านคน ปัจจุบัน ท่าอากาศยานเชียงใหม่ให้บริการรวม 28 สายการบิน 33 เส้นทางบิน ครอบคลุมเมืองสำคัญในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะตลาดจีนและเกาหลีใต้ ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันมากกว่าร้อยละ 50 ของผู้โดยสารระหว่างประเทศทั้งหมด
นายการันต์ระบุว่า ในปี 2568 ปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสารเติบโตอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปี 2567 โดยมีเที่ยวบินจำนวน 64,123 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 มีผู้โดยสารกว่า 9.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 และมีปริมาณการขนส่งสินค้า 5,414 ตัน ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า ทั้งนี้การขนส่งสินค้าภายในประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 40 สะท้อนถึงการฟื้นตัวของภาคการบิน และส่งผลเชื่อมโยงโดยตรงต่อภาคการท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ การจ้างงาน และห่วงโซ่อุปทานทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ

ความสามารถรองรับผู้โดยสารจากปัจจุบัน 8 ล้านคนต่อปี เป็น 16.5 ล้านคนต่อปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทบทวนแบบและจัดทำรายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบที่สะท้อนอัตลักษณ์ล้านนา การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ การยกระดับคุณภาพการให้บริการและการเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนโดยรอบ ทั้งนี้หากกระบวนการทั้งหมดแล้วเสร็จ จะต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติงบประมาณก่อสร้าง และคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการ 6-7 ปี อย่างไรก็ตามในระหว่างที่ยังไม่ได้เริ่มโครงการตามแผนพัฒนา จะมีการปรับปรุงกายภาพภายในอาคารผู้โดยสารเดิมเพื่อบรรเทาความแออัดและให้ผู้โดยสารผู้ใช้บริการได้รับความสะดวกมากที่สุดภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่ แต่ทั้งนี้จะมีการปรับปรุงแผนการพัฒนาเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณดำเนินการ ซึ่งเบื้องต้นต้องปรับแผนพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพถึงขีดสูงสุดสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 20 ล้านคน มี 31 หลุมจอดจาก 24 หลุม คาดว่า แผนดังกล่าวจะชัดเจนภายในปลายปีนี้

ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวในตอนท้ายว่า การครบรอบ 38 ปีในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการทบทวนบทบาทภารกิจที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อยกระดับการดำเนินงานในอนาคต เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวของภาคเหนือให้มั่นคงยั่งยืนต่อไป.