ททท.เปิดตัวดันเชียงใหม่สู่ Global Green Destination กับงาน “Amazing Chiang Mai Green Guide Fest 2026” หวังกระตุ้น ศก.ท่องเที่ยวกว่า 100 ล.

ททท. เปิดตัวแล้วกับงาน “Amazing Chiang Mai Green Guide Fest 2026” หวังปลุกเชียงใหม่สู่ Global Green Destination เดินหน้าต่อยอดโมเดล “Chiang Mai Prototype” ขับเคลื่อนท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืนจริงจัง คาดตลอดงานช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระบบได้กว่า 100 ล.

เชียงใหม่ 28 ส.ค.- ที่สวนสาธารณะรถไฟ จังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวงาน “Amazing Chiang Mai Green Guide Fest 2026” ที่จัดขึ้นในวันที่ 28-30 สิงหาคม 2569 โดยมีนายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เป็นประธานเปิดงานท่ามกลางผู้ร่วมงานทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคมด้านการท่องเที่ยวเรืองแน่น โดยนายณัฐระบุว่า ททท. เดินหน้าปักหมุดให้จังหวัดเชียงใหม่สู่การเป็นจุดหมายปลายทางสีเขียวระดับโลก (Global Green Destination)ผ่านโมเดล “Chiang Mai Prototype” ที่ต่อยอดความสำเร็จจาก Krabi Prototype มุ่งพัฒนาและยกระดับห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) การท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างสมดุลในทุกมิติ พร้อมยกไฮไลต์ 6 โซนกิจกรรม ที่ผสานเรื่องราวของความยั่งยืนเข้ากับเสน่ห์และอัตลักษณ์ของเชียงใหม่ ชวนเดินทางสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวสีเขียวที่มีคุณค่า ควบคู่การดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นายณัฐ กล่าวว่า ททท. มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย สู่ความยั่งยืนผ่านแนวทาง Sustainable Tourism Goals (STGs) โดยต่อยอดความสำเร็จจากการพัฒนา Krabi Prototype ในปี 2568 ที่ผ่านมาสู่การขยายผลในพื้นที่ “Chiang Mai Prototype” ปี 2569 นี้ภายใต้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและชุมชนท้องถิ่น เพื่อบ่มเพาะและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ หรือ UpSkill ให้สามารถพัฒนาธุรกิจสู่มาตรฐานด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน สำหรับการจัดงาน Amazing Chiang Mai Green Guide Fest 2026 ครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญในการถ่ายทอดแนวคิดและไอเดียด้านการตลาดเชิงสร้างสรรค์ผ่านรูปแบบ Green Event ที่มุ่งสู่การเป็น Carbon Neutral Event อย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ความสำคัญกับการลดปริมาณขยะ ลดและหลีกเลี่ยงการใช้พลาสติก ตลอดจนส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า พร้อมนำเสนอเสน่ห์และอัตลักษณ์ของเชียงใหม่ในฐานะเมืองสร้างสรรค์ ผ่านงานศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิถีชุมชน เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างสมดุล ควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่ชุมชนและการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

งาน Amazing Chiang Mai Green Guide Fest 2026 มี 6 โซนกิจกรรมไฮไลต์ที่ผสานเรื่องราวของความยั่งยืนเข้ากับเสน่ห์และอัตลักษณ์ของเชียงใหม่ ได้แก่ Sustainability Showcase พื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมและมาตรฐานการท่องเที่ยวยั่งยืน อาทิ STGs STAR และ CF-Hotels พร้อมกิจกรรมสาธิตและเวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้แนวคิดด้านการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ, Sustainable Local Wisdom (Art, Craft & Wellness) รวบรวมสินค้าและบริการสร้างสรรค์จากผู้ประกอบการท้องถิ่น ถ่ายทอดภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ชุมชนผ่านงานคราฟต์ร่วมสมัย และการออกแบบที่ใส่ใจความยั่งยืน, Sustainable Gastronomy สายกินเตรียมมาอิ่มอร่อยกับอาหารและเครื่องดื่มท้องถิ่นกว่า 35 ร้านค้า พร้อมเปิดประสบการณ์พิเศษ Farm-to-Table โดยผู้ที่ซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์ภายในงานครบ 500 บาท มีสิทธิ์ลุ้นเป็น 1 ใน 20 ผู้โชคดี เข้าร่วมกิจกรรม Farm-to-Table Showcase รังสรรค์เมนูโดยเชฟท้องถิ่น, Sustainable Business Exchange เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองและเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยวสาย Green กับชุมชน เพื่อร่วมกันต่อยอดการท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าให้ทั้งคนและพื้นที่, เติมสีสันให้ทุกวันด้วย Eco-Friendly Music & Cultural Performance พบกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยวันละ 2 ชุด อาทิ ระบำร่มบ่อสร้าง ฟ้อนเงี้ยว ตีกลองสะบัดชัย ฟ้อนเก็บใบชา และฟ้อนเอิง พร้อมดนตรีจากGoodvibes, Lawin และ AongoCarrefour และเต็มอิ่มกับการแสดงของศิลปินชื่อดังตลอด 3 วัน โดยวันที่ 28 สิงหาคม 2569 พบกับ Serious Bacon และ เขียนไขและวานิช วันที่ 29 สิงหาคม 2569 พบกับ T_047 และ Mirrr และวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ปิดท้ายความสนุกกับ Earth Patravee และ Moving and Cut และร่วมภารกิจ “Green Mission” ภายใต้โซน Community & Sustainability Activity สะสมแต้มผ่าน Stamp Passport จากการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน เพื่อรับของรางวัลพิเศษ พร้อมเรียนรู้ว่าการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนสามารถเป็นเรื่องสนุกและใกล้ตัวได้ในทุกการเดินทาง สะท้อนเสน่ห์ของเชียงใหม่ในมิติใหม่ที่ใส่ใจ ทั้งชุมชน วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ Amazing Chiang Mai Green Guide Fest 2026 ยังเป็นกิจกรรมที่ได้รับการวางแผนบริหารจัดการการปล่อยปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์อย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง โดยคาดการณ์การปล่อยปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์อยู่ที่ 350 ตัน (ลดลงจากปีที่แล้ว 50%) พร้อมนำแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ตลอดกระบวนการจัดงาน เพื่อร่วมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ได้แก่ การบริหารจัดการและคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ พร้อมจัดบริการ EV Shuttle รับ–ส่งผู้เข้าร่วมงานใน 2 เส้นทาง คือตลาดสันป่าข่อย–บริเวณจัดงาน และกาดหลวง–บริเวณจัดงาน จนได้รับการรับรองเป็น Carbon Neutral Event จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ทั้งนี้ ททท. คาดว่า ตลอดการจัดงานทั้ง 3 วัน จะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงานรวมไม่น้อยกว่า 15,000 คน มียอดใช้จ่ายหมุนเวียนภายในงานกว่า 20 ล้านบาท และจะสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในจังหวัดเชียงใหม่กว่า 100 ล้านบาท นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการปักหมุดเชียงใหม่ให้เป็นเมืองต้นแบบความยั่งยืนที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พร้อมส่งต่อผลลัพธ์เชิงบวกกลับคืนสู่สังคมและชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน.