กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผนึกกำลัง กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ ยกระดับอุตสาหดรรมเกษตรดันผลิตภัณฑ์โปรตีนทางเลือกสู่เชิงพาณิชย์ คาดเพิ่มรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจอีกมหาศาล
เชียงใหม่ 15 พ.ค. – ที่สตอรี่ปิงริเวอร์ จังหวัดเชียงใหม่ นายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนายสมิต ทวีเลิศนิธิ บริษัท นิธิฟู้ดส์ จำกัด ร่วมแถลงข่าวเปิดกิจกรรม “ยกระดับเกษตรอุตสาหกรรมด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์โปรตีนทางเลือก(Alternative Protein) สู่เชิงพาณิชย์” โดยหวังตอบโจทย์เทรนด์การบริโภคของคนรักสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เน้นการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และคาด สร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่กลุ่มผู้สูงอายุและสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์อาหารและเกษตรแปรรูป ภายใต้แนวคิด การตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมความยั่งยืนทางธรรมชาติ และความมั่นคงทางอาหาร
โดยนายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า การยกระดับเกษตรอุตสาหกรรมฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือในการพัฒนาเชิงพื้นที่ เพื่อปรับเปลี่ยนและยกระดับผู้ประกอบการให้ก้าวทันพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้บูรณาการความร่วมมือกับกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ ผลักดันศักยภาพของผู้ประกอบการภาคเกษตรอุตสาหกรรม และตั้งเป้าผลักดันผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนทางเลือกสู่เชิงพาณิชย์ จำนวน 15 ผลิตภัณฑ์/กิจการ จากอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูนและลำปาง ให้ได้รับคำแนะนำเชิงลึกเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์อาหารและเกษตรแปรรูป จากทีมผู้เชียวชาญคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มาร่วมบ่มเพาะทักษะ องค์ความรู้ต่างๆ นำเอาเทคโนโลยี และนวัตกรรม มาพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากโปรตีนทางเลือกสำหรับทดแทนโปรตีนจากสัตว์ เช่น โปรตีนจากพืช โปรตีนจากแมลง โปรตีนจากสาหร่าย เป็นต้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาแล้วจะมีโอกาสเข้าร่วมทดสอบตลาดภายในงานแสดงสินค้าต่อไป
ด้านนายวีรพงษ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า จากกระแสการตื่นตัวเรื่องสุขภาพที่ควบคู่กับการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของไทย รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคต่างๆ ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการบริโภคของประชาชน ดังนั้นกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 จึงได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าวผนวกกับยุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัดในด้านการพัฒนาเกษตรมูลค่าเพิ่มสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ ขณะเดียวกัน โครงการยกระดับฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ล้านนาสู่ระเบียบเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ ยังเป็นการตอบโจทย์ดังกล่าวในการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์อาหารและเกษตรแปรรูปเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ ประกอบกับกลุ่มจังหวัดมีศักยภาพในด้านการนำทุนทางทรัพยากรที่มีอยู่มาสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นแนวทางในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มอุตสาหกรรม ด้วยศักยภาพในพื้นที่จึงได้บูรณาการร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมในการสนับสนุนงบประมาณสำหรับดำเนินกิจกรรมดังกล่าวและพร้อมผลักดันการดำเนินงานอย่างเต็มความสามารถคาดว่าอนาคตสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่าปีละหลายหมื่นล้านบาทจากปริมาณความต้องการทางตลาดที่ยังเปิดกว้างสูงมาก






