ร้องทบทวนเวลาจำหน่ายเหล้า 14.00-17.00น.ไม่ครอบคลุมร้านอาหาร หวั่นผลกระทบนักท่องเที่ยวต่างชาติสายปาร์ตี้ สภาวัฒนธรรมแนะส่งเสริมเหมาะสมไม่สุดโต่งด้านใดด้านหนึ่ง

เชียงใหม่ 17 ก.ย.- จากกรณีที่มีการปลดล็อคขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับร้านอาหาร ในช่วง 14.00-17.00 น. ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 เพื่อให้การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน โดย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับแก้ไข ได้ประกาศใช้แล้วและมีผลให้ยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติที่ 253 ปีพ.ศ. 2515 ซึ่งเป็นต้นทางของการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในช่วงเวลา 14.00 น.-17.00 น. แต่ที่ผ่านมารัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ลงนาม เมื่อ 23 มิถุนายน 2568 ซึ่งไม่ได้มีการยกเว้นให้ “ร้านอาหาร” สามารถขายได้ ในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น. มีเพียงเฉพาะท่าอากาศยานนานาชาติ สถานบริการที่ถูกต้องตามกฎหมาย และโรงแรมที่มีใบอนุญาตโรงแรม เท่านั้น

นายธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันเราต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งคือเศรษฐกิจในประเทศไทยตอนนี้ถือว่าแย่มากๆ ชาวบ้านไม่มีกำลังซื้อ รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ รัฐบาลควรทำเป็นอันดับต้นๆ ก็คือทำยังไงให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาแล้ว มีการใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มมากขึ้น มีแรงจูงใจมาเที่ยวแล้วเกิดการใช้จ่ายซึ่งมีความหลากหลาย แต่กลุ่มที่มาเที่ยวมาหาความสุขทางด้านบันเทิงสถานบริการก็เป็นอีกกลุ่มและมีกำลังซื้อแต่ทั้งนี้ข้อจำกัดทางกฎหมายบางอย่างก็ยังไม่เอื้อ โดยเฉพาะกฎหมายที่มีการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น. ถือเป็นกฎหมายเก่าที่ออกมาควบคุมข้าราชการในยุคนั้น ตั้งแต่ปี 2515 ซึ่งกฎหมายนี้มีผลกระทบกับผู้ประกอบการในยุคปัจจุบัน ที่ให้บริการนักท่องเที่ยวในช่วงเวลากลางวัน ไม่ว่าล่าสุดจะมีการปลดล็อคช่วงเวลาดังกล่าวแต่ก็ไม่ได้มีการครอบคลุมทั้งหมดอยากให้รัฐบาลประกาศปลดล็อคกฎหมายนี้ให้ครอบคลุมไปถึงร้านอาหารด้วย ไม่ใช่เฉพาะสนามบินนานาชาติ โรงแรม หรือสถานประกอบการเท่านั้น และยังคงมีเงื่อนไขอย่างมาก ที่จริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องมาควบคุมอีกแล้ว เพราะเจตนารมย์ของการประกาศก็คือเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะการประกาศให้ขายได้เฉพาะที่ ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ยกตัวอย่างจังหวัดเชียงใหม่สถานบริการที่จดทะเบียนมีประมาณ 20 แห่ง แต่ร้านอาหารนั้นมีถึง 15,000 แห่ง การประกาศก็แทบจะไม่มีประโยชน์หรือได้รับผลดีแต่อย่างใด

ด้าน นายวัลลภ นามวงศ์พรหม รองประธานสภาวัฒนธรรมเชียงใหม่ กล่าวว่า กรณีการปลดล็อคเวลางดจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ช่วงเวลา 14.00 น.- 17.00 น. ที่ไม่ใช่วันสำคัญทางพุทธศาสนา อันนี้ก็แล้วแต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ส่วนตัวมองว่า ต่อให้จะมีการห้ามขายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ช่วงเวลานี้ หากคนจะดื่มก็มีการลักลอบดื่มอยู่ดี ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องต้องห้ามที่จะมีการปลดล็อค อยู่แล้ว ซึ่งก็เห็นด้วยหากจะเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ แต่สิ่งที่ไม่เห็นด้วยคือการ ปลดล็อคการขายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในช่วงวันสำคัญทางศาสนา เพราะหลักการปฏิบัติของพุทธศาสนิกชน ในวันสำคัญทางพุทธศาสนาไม่สมควรที่จะมีการจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ต้องเป็นหลักสำคัญที่สุด เพราะรัฐบาลประกาศเป็นวันหยุดให้กับพุทธศาสนิกชนไปทำบุญที่วัด

โดยมองว่า การปลดล็อคขายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในวันสำคัญทางพุทธศาสนาถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและหยุดจำหน่ายหยุดดื่มเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา กฎหมายเดิมก็มีอยู่แล้วในเรื่องของการจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ภายในวัดและรอบบริเวณวัดก็ถือว่าผิดกฎหมาย เพราะวันสำคัญทางพุทธศาสนาไม่ได้มีทุกวัน นานๆ ทีจะมีหนึ่งครั้งเท่านั้น เป็นเรื่องเฉพาะกลุ่มที่จะต้องมีความเหมาะสมให้ทุกอย่างไปด้วยกันได้สังคมถึงจะอยู่ได้ แต่จะปล่อยให้อิสระมากเกินไปมันก็เกินพอดี ส่งเสริมอย่างไรแบบไหนเชื่อว่าผู้เกี่ยวข้องต้องคิดรอบด้าน จะห้ามสุดโต่งหรือจะให้อิสระสุดโต่งมันก็ไม่ใช่ผลดีทั้งสองด้าน.