ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ สานพลัง สรรสร้างความรอบรู้สู่ประชาชน เขตสุขภาพที่ 1

เชียงใหม่ 3 ธ.ค. 63 – ณ โรงแรมดิเอมเพรส อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยรองอธิบดีกรมอนามัย นายแพทย์สราวุฒิ บุญสุข เป็นประธานพิธีเปิดการกำหนดการประชุมเชิงปฏิบัติการ สานพลัง สรรสร้างความรอบรู้สู่ประชาชน เขตสุขภาพที่ 1

การจัดประชุมในครั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชนในเขตสุขภาพที่ 1 โดยศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ กับ มูลนิธิแสงสิทธิการ (เพื่อคุณภาพชีวิต) ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ท่าน ดร.นพ.อมร นนทสุต ได้ก่อตั้งขึ้นโดยมีเจตนารมณ์ในการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพตนเอง ครอบครัว และชุมชนได้ภายใต้การสนับสนุนและบูรณาการกับภาคีเครือข่ายในชุมชน ซึ่งประชาชนต้องมีความรอบรู้ในการที่จะจัดการกับสุขภาพของตนเองได้ และความรอบรู้ด้านสุขภาพ เป็นประเด็นสำคัญ ที่จะช่วยให้ประชาชนสามารถจัดการสร้างเสริมสุขภาพ ปัจจัยเอื้อด้านสิ่งแวดล้อม

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพเครือข่ายด้านการสื่อสารเพื่อสุขภาพ , การเข้าถึงข้อมูลและบริการทางสุขภาพ , การรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ และการจัดการเงื่อนไขทางสุขภาพ โดยการเพิ่มความรอบรู้ ความเข้าใจและทักษะในการถ่ายทอด องค์ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมาย และขับเคลื่อนให้ชุมชนและสถานบริการสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 เกิดกลไกการทำงานเป็นองค์กรแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ ด้วยกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ดำเนินงานในระดับพื้นที่และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ในสถานประกอบการ โรงเรียน สถานพยาบาล ศาสนสถาน และในชุมชน

รองอธิบดีกรมอนามัย นายแพทย์สราวุฒิ บุญสุข เปิดเผยว่า การดำเนินงานการขับเคลื่อนความรอบรู้ด้านสุขภาพ ( Health literacy ) ของประเทศไทย ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนการปฏิรูปประเทศไทยด้านสาธารณสุข โดยมุ่งเน้นปัจจัยสู่ความสำเร็จ 5 ด้านได้แก่ 1. พัฒนาทักษะบุคลากรสาธารณสุข  2. ขับเคลื่อนงานความรอบรู้ด้านสุขภาพร่วมกับภาคีเครือข่าย  3. พัฒนาเครื่องมือและกลไกการทำงาน  4. จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาวะ  5. ประชาชนทุกกลุ่มวัยมีทักษะความรอบรู้ด้านสุขภาพ โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญคือบุคลากรสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายจากภาคส่วนต่าง ๆ ประชาชนทุกกลุ่มวัย ดังนั้นเพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินงานสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพดังกล่าวมีประสิทธิภาพ ทุกหน่วยงานควรเร่งรัดการขับเคลื่อนตามแนวทางองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพให้เกิดขึ้นอย่างรูปธรรม