เชียงใหม่ 7 ก.ย.- สภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน จัดงานแสดงศักยภาพของ SME และจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) ในงาน “Lamphun Tech Fair & Supply Chain 2023” ของกลุ่มอุตสาหกรรมขึ้นรูป แปรรูปชิ้นส่วน อุปกรณ์และเครื่องจักร ภายใต้โครงการพัฒนาและเชื่อมโยงผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และ SME จังหวัดลำพูน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมครบวงจร โดยจัดงานที่จัดที่สวนอุตสาหกรรมสหพัฒน์ ระหว่าง 7-8 ก.ย.นี้
โดยมีนายชาตรี กิตติธนดิตถ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดงาน ภายใต้โครงการพัฒนาและเชื่อมโยงผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และ SME จังหวัดลำพูน หลังจากที่จังหวัดลำพูนได้อนุมัติโครงการพัฒนาและเชื่อมโยงผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และ SME ซึ่งเป็นโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณของจังหวัดลำพูน พ.ศ.2566 กรณีโครงการสำรอง (Y2) และมอบหมายให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูนร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและเกี่ยวข้องได้ดำเนินโครงการดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาศักยภาพ ในเรื่องของกระบวนการผลิต การบริหารจัดการและการตลาด อีกทั้ง ยังถือเป็นการสร้างเครือข่ายธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และ SME จังหวัดลำพูน โดยได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566 เป็นต้นมา ซึ่งส่งผลในการพัฒนาอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูนทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งวันนี้ทางผู้ประกอบด้านอุตสาหกรรมในจังหวัดลำพูนได้จัดบูธนำแสดงนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ทันสมัยมาจัดแสดงในงาน นำเทคโนโลยีของหุ่นยนต์ ที่สามารถแบ่งเบาภาระของมนุษย์มาจัดแสดง และอีกนวัตกรรมหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ดร.รยากร สุวรรณ์ ผู้อำนวยการ บริษัทเอ็มเค บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด ได้นำ Virtual reality เทคโนโลยีเสมือนผ่านแว่นตา เรียกว่าบล็อกเชน ที่เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลและจัดเก็บข้อมูลอย่างปลอดภัยเพื่อประเมินคาร์บอนได้อย่างมีมาตรฐานระบบจะคำนวณการ์ดเรือนกระจกแบบอัตโนมัติและแสดงผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมายขององค์กร ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่นำมาแสดงในงานครั้งนี้
ด้านนายสรสิทธิ์ ชลิศราพงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ลำพูน เปิดเผยว่า การจัดงาน Lamphun Tech Fair & Supply Chain 2023 เป็นการเพิ่มศักยาภาพของผู้ประกอบการ SME ในการผลิตวัตถุดิบภายในประเทศเพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งจากนี้อยากฝากกับรัฐบาลใหม่ ว่า ถึงแม้ประเทศไทยจะได้รับการลงทุนจากบริษัทขนาดใหญ่จากต่างประเทศ แต่ SME ของไทยมีความสำคัญมากซึ่งต้องสร้างให้เข้าแข็งแกร่งควบคู่กับบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และจะเป็นกำลังสำคัญในฐานการผลิตระยะยาว.





