หมอห่วงสุขภาพ ปชช.ช่วงวิกฤตหมอกควัน pm2.5 เริ่มรุนแรง สวล.1 ก็ประกาศเตือนแล้ว

แพทย์ มช. ห่วงสถานการณ์ไฟป่า ฝุ่นละออง-หมอกควันพิษ pm2.5 เริ่มรุนแรง แนะให้ประชาชนป้องกันดูแลตัวเองเตรียม N95 ให้พร้อม งดกิจกรรมกลางแจ้ง หวั่นส่งผลต่อสุขภาพระยะยาว
เชียงใหม่ 6 มี.ค.- รศ.นพ.อรรถวุฒิ ดีสมโชค หัวหน้าหน่วยวิชาระบบการหายใจ เวชบำบัดวิกฤตและภูมิแพ้ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) ห่วงสถานการณ์หมอกควันไฟป่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก pm2.5 ที่กำลังรุนแรงขึ้นในขณะนี้ โดยเปิดเผยว่า จากการศึกษาของหน่วยวิชาโรคระบบการหายใจ เวชบำบัดวิกฤตและภูมิแพ้ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ชายชาญ โพธิรัตน์ และคณะ พบว่า ในช่วงที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในปริมาณสูงจะมีการเพิ่มขึ้นของการกำเริบเฉียบพลันของผู้ป่วยโรคหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและโรคลิ่มเลือดหลุดอุดหลอดเลือดที่ปอดเฉียบพลัน รวมทั้งมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสมรรถภาพปอดในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้
ทั้งนี้ฝุ่น PM 10 หรือ ฝุ่นหยาบ (Course Particles) คือ อนุภาคฝุ่นละอองในอากาศที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 2.5 – 10 ไมครอน ฝุ่น PM 10 ยังมีความสัมพันธ์กับอัตราเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหลอดเลือดหัวใจและภาวะการติดเชื้อรุนแรงในช่วงที่มีฝุ่น PM 2.5 สูงอีกด้วยสำหรับฝุ่น PM 2.5 คือฝุ่นละอองขนาดจิ๋ว เทียบกับ PM 10 ถือว่า มีอันตรายมากกว่า ซึ่งฝุ่น PM 2.5 มีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้ ทั้งจากการเกษตร ไฟป่า การเผาขยะ กระบวนการอุตสาหกรรม ควันไอเสียจากยานพาหนะต่างๆ ควันบุหรี่ ควันธูป เป็นต้น กรณีเมื่อฝุ่น PM 2.5 เข้าสู่ร่างกายแล้ว ร่างกายจะได้รับควันพิษจากก๊าซอื่นๆ ปนมาด้วย เช่น ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ และสารก่อมะเร็งหลายชนิดนอกจากนี้ฝุ่น PM 2.5 ยังทำให้มีอาการไอ จาม แสบจมูก หายใจลำบาก เคืองตา คันผิวหนัง ในระยะยาวจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ สมรรถภาพปอดลดลง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็ง รวมทั้งมีผลต่อการตั้งครรภ์ เช่น ทารกคลอดก่อนกำหนดและมีน้ำหนักแรกเกิดต่ำ
ล่าสุดมิถุนายน 2566 ประเทศไทยได้กำหนดค่าเฉลี่ยฝุ่น PM 2.5 ในบรรยากาศ ในเวลา 24 ชั่วโมง ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร จึงจะถือว่าอยู่ในระดับปลอดภัยต่อสุขภาพอย่างไรก็ตามในช่วงสถานการณ์หมอกควันไฟป่า ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่กำลังรุนแรงขณะนี้ ประชาชนควรเฝ้าระวัง โดยเฉพาะ PM 2.5 โดยให้หลีกเลี่ยงการสร้างฝุ่น PM 2.5 เพิ่มขึ้น ทั้งในบ้านและในที่โล่งแจ้ง ติดตามระดับฝุ่น PM 2.5 และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ถ้าอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (AQI มากกว่า 100) ให้หลีกเลี่ยงหรือลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ใส่อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากาก N95 และสังเกตอาการ ถ้ามีอาการผิดปกติให้มาพบแพทย์ ในช่วงที่มีฝุ่น PM 2.5 สูง ให้อยู่ในบ้านหรือสถานที่ที่ปิดหน้าต่างและประตูอย่างมิดชิด ใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่น PM 2.5

ล่าสุดทางสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) กรมควบคุมมลพิษ ออกประกาศ ฉบับที่ 1 (1/2567) เรื่อง คุณภาพอากาศเกินมาตรฐานบริเวณภาคเหนือตอนบน (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน) ลงวันที่ 6 มีนาคม 2567 โดยระบุว่า ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน พบปริมาณฝุ่นละอองขนาด เล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ PM25 ณ เวลา 09.00 น. มีค่าระหว่าง 42.5 – 156.5 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ “เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ถึง มีผลกระทบต่อสุขภาพ” จากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ภาคเหนือมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด อุณหภูมิสูงสุด 37 – 40 องศาเซลเซียส กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวันแนวโน้มการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างอ่อน ประกอบกับสภาวะอากาศใกล้ผิวพื้นมีลักษณะปิดตลอดช่วง ส่งผลให้ความเข้มข้นของฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจึงขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเฝ้าระวังสุขภาพ โดยงดกิจกรรมกลางแจ้ง แต่หากจำเป็นควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2. ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตาโดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัว เด็กและคนชรา หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์และควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ ให้เตรียมยาและอุปกรณ์จำเป็นให้พร้อมและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาทุกชนิด งดใช้รถยนต์ที่มีควันดำเกินค่ามาตรฐาน เพื่อลดการเกิดฝุ่นควันสะสมในอากาศอันจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนประชาชนหรือผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ที่เฟสบุ๊ค “อากาศบ้านเฮา”หรือเว็บไซต์ “air4thai.pcd.go.th” หรือแอพพลิเคชั่น “Air4thai”