“อ.วารินทร์” ทำพิธีบวงสรวงใหญ่เทพยดา อารักษ์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลและความร่มเย็นเป็นสุขแก่ชุมชนและบ้านเมือง ก่อนพิธีสวด อุปปาตะสันติ มหาสันติงหลวง ครั้งแรกในจังหวัดเชียงใหม่ ใน”วันจักรี” รับสงกรานต์เฉลิงสู่ 730 ปีนครเชียงใหม่สู่มรดกโลก
เชียงใหม่ 6 เม.ย.- ที่บริเวณด้านหน้าพระมหาธาตุเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม วัดเชียงยืน เดชเมืองเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ อาจาร์ยวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ ประธานมูลนิธิอาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ มูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนาประกอบพิธีบวงสรวงเทพยดา อารักษ์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตามคติความเชื่อของพิธีกรรมล้านนา เพื่อความเป็นสิริมงคลและความร่มเย็นเป็นสุขแก่ชุมชนและบ้านเมือง โดยมีอาจารย์ปรีชา บัววิรัตน์เลิศ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ว่าที่ร้อยตรีอาทิตย์ เรืองวุฒิ ข้าราชการบำนาญอดีตศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ จ่าจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้ทรงคุณวุฒิ นักธุรกิจ คณะกรรมการวัดและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี พร้อมร่วมกันทำพิธีอัญเชิญผ้าห่มองค์พระธาตุเพืีอทำพิธีสรงน้ำพระธาตุ ก่อนที่ในภาคค่ำวันเดียวกันตั้งแต่เวลา 17.00 น. วัดเชียงยืนจัดพิธีสวดมนต์บท “อุปปาตะสันติ” หรือ “มหาสันติงหลวง (ฉบับแปล)” ซึ่งเป็นบทสวดมนต์โบราณสำคัญในพระพุทธศาสนา ทั้งยังเป็นการสวดฉบับแปลเป็นไทย โดยพระสงฆ์ – สามเณร และประชาชนทั่วไปที่ไปร่วมพิธีทั้งหมดที่ได้สวดพร้อมกัน อันแสดงออกถึงความสามัคคีและความจงรักภักดีเป็นที่ตั้ง ส่งผลบังเกิดเป็นอานุภาพแห่งพระปริตรธรรมตามที่ท่านจารึกไว้ในคัมภีร์อีกด้วย ที่สำคัญการจัดพิธีในวันนี้เป็นครั้งแรกในจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย
ในพิธีบวงสรวง อ.วารินทร์ ได้นำทุกส่วนน้อมสักการะบูชาทำพิธีพร้อมเจริญภาวนาเพื่อให้อานิสงส์ผลบุญดลให้ชาวเมืองเชียงใหม่และคนไทยอยู่เย็นเป็นสุข ผ่านพ้นทุกข์ภัยอันตราย วิกฤตปัญหาต่างๆ ให้ผ่านพ้นและคลี่คลายโดยเร็ว ในพิธีได้รับความเมตตาจากพระมหาเถราจารย์จากวัดมงคลนามในเมืองเชียงใหม่ กลุ่มทักษาเมือง จำนวน 8 รูป เพื่อเจริญพระพุทธมนต์ บทอุปปาตะสันติกถาฯ และบทพระมหาสันติงหลวงฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์เนื่องในวันสำคัญ วันจักรี ในปีนี้
ทั้งนี้วัดเชียงยืนเป็นวัดที่มีมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า เป็นที่ประดิษฐานพระมหาธาตุเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ซึ่งสื่อถึงเดชบารมีแผ่ไปในทั้งแปดทิศ นอกจากนี้ยังมีพระอุโบสถทรงแปดเหลี่ยมอีกด้วย
ในอดีตสมัยราชวงศ์มังราย วัดแห่งนี้เคยเป็นพระอารามหลวงนามมงคล มีฐานะเป็นเดชเมืองเชียงใหม่ ภายในวัดประดิษฐานพระสารีริกธาตุ ตามจารึกตำนานชินกาลบาลีปกรณ์ ทั้งนี้วัดเชียงยืนได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2522 รวมระยะเวลากว่า 47 ปี
พระครูสิริญาณวัชร์ เจ้าอาวาสวัดเชียงยืน เจริญพรถึงพิธีสวด “อุปปาตะสันติ มหาสันติงหลวง” เนื่องในวันจักรีปีนี้ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์และสืบสานขนบวัฒนธรรมประเพณีทางพระพุทธศาสนา พร้อมเสริมสร้างกำลังใจและความเป็นสิริมงคลแก่ประชาชน พิธีดังกล่าววัดได้จัดมาทุกปี โดยมุ่งสืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีล้านนาให้คงอยู่กับวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมายาวนาน ภายใต้ร่มพระบารมีแห่งพระราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ โดยภาคเช้า ตั้งแต่เวลา 09.09 น. วัดเชียงยืนได้รับความอนุเคราะห์จาก อ.วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ ประธานมูลนิธิอาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ มูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา ในการประกอบพิธีบวงสรวงเทพยดา อารักษ์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตามคติความเชื่อของล้านนา เพื่อความเป็นสิริมงคลและความร่มเย็นเป็นสุขแก่ชุมชนและบ้านเมือง
ส่วนภาคค่ำตั้งแต่เวลา 17.00 น. วัดเชียงยืนจะประกอบพิธีสวดมนต์บท “อุปปาตะสันติ” หรือ “มหาสันติงหลวง (ฉบับแปล)” ซึ่งเป็นบทสวดมนต์โบราณสำคัญในพระพุทธศาสนา ทั้งยังเป็นการสวดฉบับแปลเป็นไทย โดยพระสงฆ์ – สามเณร และประชาชนทั่วไปที่ไปร่วมพิธีทั้งหมด จักสวดพร้อมกัน อันแสดงออกถึงความสามัคคีและความจงรักภักดีเป็นที่ตั้ง ซึ่งจักส่งผลบังเกิดเป็นอานุภาพแห่งพระปริตรธรรมตามที่ท่านจารึกไว้ในคัมภีร์อีกด้วย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในจังหวัดเชียงใหม่ โดยได้นิมนต์พระมหาเถราจารย์จากวัดมงคลนามในเมืองเชียงใหม่ กลุ่มทักษาเมือง จำนวน 8 รูป เพื่อเจริญพระพุทธมนต์ บทอุปปาตะสันติกถาฯ และบทพระมหาสันติงหลวงฯ แก้เป็น ถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว ถือเป็นการเข้าสู่ประเพณีสงกรานต์ หรือป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่.

















