แบงก์ชาติเหนือจัดเวทีพบสื่อวางเครือข่ายแนวร่วมเตือนภัยการเงินให้ประชาชนตื่นรู้

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคเหนือธปท. ภาคเหนือ จับมือเครือข่ายสื่อมวลชน ชูธงสื่อสารให้ตรงจุดทั่วถึง เน้นแก้หนี้ครัวเรือน-เตือนภัยการเงิน
เชียงใหม่ 7 ก.ค.- ที่ห้องประชุม ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) สำนักงานภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ นางพรวิภา ตั้งเจริญมั่นคง ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคเหนือ กล่าวในงาน แบงก์ชาติภาคเหนือพบสื่อมวลชนภาคเหนือว่า ธปท. สำนักงานภาคเหนือได้มุ่งเน้นให้เกิดการสื่อสารอย่างบูรณาการและทั่วถึงในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือมากขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจการเงิน มาตรการทางการเงินและการเตือนภัยทางการเงิน โดยได้ร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคการศึกษา หน่วยงานส่วนท้องถิ่นและสื่อมวลชนภาคเหนือซึ่งเป็นผู้ที่รู้จักพื้นที่เป็นอย่างดีและมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์กับประชาชน สามารถนำข้อมูลที่ได้จาก ธปท. สภน. ไปปรับใช้ในการนำเสนอข่าวที่น่าสนใจและน่าเชื่อถือ
สำหรับเวทีการพบสื่อมวลชนในครั้งนี้มีประเด็นนำเสนอที่หลากหลาย ทั้งบทบาทหน้าที่แบงก์ชาติภาคเหนือโครงสร้างและภาวะเศรษฐกิจภาคเหนือ ความท้าทายและโอกาสยกระดับเศรษฐกิจภาคเหนือ การดำเนินการของแบงก์ชาติกับเศรษฐกิจดิจิทัล รวมทั้งข้อมูลด้านหนี้ครัวเรือนซึ่งเป็นประเด็นที่หลายภาคส่วนให้ความสนใจ สำหรับภาคเหนือส่วนใหญ่เป็นหนี้อุปโภคบริโภค และภาคการเกษตร ซึ่ง ธปท. กำลังพิจารณาแนวทางการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน ครบวงจร ถูกหลักการและร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยแนวทางดังกล่าวจะครอบคลุมตลอดวงจรหนี้ตั้งแต่การก่อหนี้ใหม่ การดูแลหนี้เดิมโดยเฉพาะหนี้เสียและหนี้เรื้อรัง รวมถึงช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อในระบบมากขึ้น ผ่านหลายแนวทาง เช่น การออกเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบสำหรับเจ้าหนี้และการให้ความรู้ทางการเงินกับลูกหนี้เพื่อให้สามารถประเมินความสามารถในการชำระหนี้ก่อนก่อหนี้ การกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของลูกหนี้เพื่อให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบลดการกู้หนี้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง ซึ่งอยู่ในกระบวนการพิจารณาหลักเกณฑ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งนี้หากมีการประกาศใช้หรือมีความคืบหน้า ธปท. จะสื่อสารให้ภาคส่วนต่าง ๆ ได้รับทราบต่อไป
ด้านนายภิญโญ ตรีเพชราภรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับและตรวจสอบความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ธปท. กล่าวว่า ประชาชนบางส่วนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวงต่าง ๆ ทำให้เกิดหนี้สินซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้หนี้ครัวเรือนสูงขึ้น จึงได้แนะแนวทางป้องกันภัยการเงินที่พบเห็นได้มาก เช่น กรณีบัตรเดบิต/เครดิต ให้หมั่นดู SMS แจ้งเตือนจากธนาคาร เมื่อพบความผิดปกติก็รีบติดต่อธนาคารเพื่อระงับธุรกรรมนั้น กรณีได้รับลิงก์ผ่าน SMS ให้พิจารณาถึงความน่าเชื่อถือทั้งตัวผู้ส่งและเนื้อหาที่ส่งมา โดยมาตรการล่าสุดของ ธปท. ที่ธนาคารได้ดำเนินการแล้วคือไม่แนบลิงก์ใน SMS สำหรับกรณีแก๊งคอลเซนเตอร์ส่วนใหญ่ติดต่อมาจากต่างประเทศ จึงไม่ควรรับสายที่มีเครื่องหมายบวกขึ้นมา เช่น +697 +698 ก็จะช่วยสกัดกั้นไม่ให้เกิดการพูดคุยที่นำไปสู่การหลอกลวงได้ และในกรณีแอปฯ เงินกู้ ให้สังเกตดูว่า เป็นแอปพลิเคชันของบริษัทที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่เว็บไซต์ของ ธปท. ทั้งนี้ขอให้ระลึกไว้เสมอว่าต้อง “มีสติอยู่เสมอ ถ้าไม่มั่นใจอย่าเชื่อ อย่ากด อย่าโอน จะทำให้ชีวิตเราปลอดภัยจากภัยการเงินหรือจากมิจฉาชีพต่าง ๆ ได้”