คณะแพทยศาสตร์ มช. จับมือ เนคเทค สวทช. เปิดตัว “ESTIMATA-EX” Medical AI ประเมินการสูญเสียเลือดแบบ Real-time ครั้งแรกในไทย
เชียงใหม่ 5 มี.ค. – ที่อาคารเฉลิมพระบารมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เปิดตัวนวัตกรรม “ESTIMATA-EX” ระบบปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) สำหรับประเมินการสูญเสียเลือดระหว่างการผ่าตัดแบบ Real-time เป็นครั้งแรกในประเทศไทย มุ่งยกระดับความปลอดภัยของผู้ป่วยวิกฤต พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมการแพทย์ของภูมิภาค โดยมี รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. กล่าวเปิดงานและนำเสนอที่มาของโครงการ พร้อมด้วย ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวถึงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ นอกจากนี้ยังมีเวทีเสวนาเจาะลึกการทำงานของระบบ AI ความแม่นยำ และประสบการณ์จากการทดลองใช้งานจริง โดย พว.นฐธิกานตร์ เจริญรัตนเตชะกูล วิสัญญีพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ มช. และ ดร.สรรพฤทธิ์ มฤคทัด นักวิจัยเนคเทค ดำเนินรายการโดย ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช ผู้ช่วยคณบดีด้านวิจัย นวัตกรรม และวิเทศสัมพันธ์
รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต เปิดเผยว่า โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยระดับตติยภูมิ รับผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนจาก 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน มีการผ่าตัดปีละประมาณ 16,000–17,000 ราย โดยหนึ่งในความท้าทายสำคัญคือการดูแลผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการสูญเสียเลือดจำนวนมากระหว่างการผ่าตัด
ปัจจุบันการประเมินปริมาณการสูญเสียเลือดในห้องผ่าตัดส่วนใหญ่ยังใช้การคาดคะเนด้วยสายตา ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนสูงถึง 20–40% ส่งผลต่อการตัดสินใจในการให้สารน้ำหรือเลือดทดแทน หากประเมินต่ำกว่าความเป็นจริงอาจทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาล่าช้า เสี่ยงต่อภาวะช็อกหรืออวัยวะสำคัญขาดเลือด ขณะที่การประเมินสูงเกินจริงอาจทำให้มีการให้เลือดเกินความจำเป็น ส่งผลต่อภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ และเพิ่มค่าใช้จ่ายในการรักษา
ด้วยเหตุนี้จึงเกิดการพัฒนา ESTIMATA-EX (AI-Driven Estimation of Intraoperative Blood Loss) ซึ่งใช้เทคโนโลยีประมวลผลภาพร่วมกับอัลกอริทึม Deep Learning เพื่อช่วยประเมินปริมาณเลือดจากวัสดุซับเลือดในห้องผ่าตัด โดยสามารถถ่ายภาพผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตและประมวลผลได้ภายใน 5–10 วินาที ถือเป็นนวัตกรรมดิจิทัลด้านการแพทย์ที่ช่วยเปลี่ยนการประเมินแบบคาดคะเนด้วยสายตาให้กลายเป็นข้อมูลที่มีความแม่นยำสูง
ระบบดังกล่าวพัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ Medical AI Consortium ซึ่งทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มแบ่งปันข้อมูลทางการแพทย์ (Medical AI Data Sharing Platform) โดยมีสถาบันการแพทย์และหน่วยงานด้านเทคโนโลยีเข้าร่วม พร้อมการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ผ่านหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต
การพัฒนา ESTIMATA-EX ใช้ฐานข้อมูลภาพเลือดจากห้องผ่าตัดมากกว่า 150,000 ภาพ ซึ่งถือเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ในระดับเอเชีย ผสานเทคโนโลยี Deep Learning และ Gradient Boosting เพื่อสร้างโมเดล AI ที่มีความแม่นยำสูง โดยมีค่า R² (Coefficient of Determination) 0.903 หรือสามารถทำนายได้ถูกต้อง 90.3% เมื่อเทียบกับการวัดจริง อีกทั้งยังเพิ่มความแม่นยำในการประเมินได้ 36.9% เมื่อเทียบกับการประเมินด้วยสายตาของบุคลากรทางการแพทย์
นอกจากนี้ ระบบยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิด Retained Surgical Item หรือการหลงเหลือวัสดุซับเลือดในร่างกายผู้ป่วย ช่วยให้ทีมแพทย์สามารถตัดสินใจให้สารน้ำและเลือดทดแทนได้อย่างเหมาะสม ลดโอกาสการให้เลือดเกินความจำเป็น พร้อมยกระดับห้องผ่าตัดสู่แนวคิด Smart Operating Room และลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ โดยหลังการใช้งานพบว่าบุคลากรมีความพึงพอใจสูงถึง 95.8%
ผลงานวิจัยของระบบดังกล่าวยังได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ และได้รับรางวัลจากเวทีวิชาการหลายรายการ สะท้อนถึงศักยภาพของนวัตกรรมไทยที่สามารถพัฒนาและนำไปใช้จริงในระบบบริการสุขภาพ
ด้าน ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวว่า ความสำเร็จของ ESTIMATA-EX เป็นตัวอย่างสำคัญของการนำปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์อย่างเป็นรูปธรรม ไม่เพียงช่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์เท่านั้น แต่ยังสนับสนุนการตัดสินใจของทีมแพทย์ในช่วงเวลาสำคัญระหว่างการผ่าตัด ซึ่งเป็นบริบทที่ต้องอาศัยความรวดเร็วและความแม่นยำสูง
ความร่วมมือระหว่างเนคเทคและคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยังสะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญทางคลินิก ภายใต้กรอบ Medical AI Consortium ที่มุ่งสร้างระบบนิเวศของ AI ทางการแพทย์ ผ่านการแบ่งปันข้อมูลอย่างมีธรรมาภิบาล และการทำงานร่วมกันระหว่างนักวิจัย แพทย์ นักพัฒนา และหน่วยงานกำกับดูแล
ปัจจุบัน ESTIMATA-EX อยู่ระหว่างการพัฒนาต่อยอดสู่แพลตฟอร์ม Medical AI ที่สามารถขยายการใช้งานครอบคลุมห้องผ่าตัดมากยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายขยายการใช้งานสู่โรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของการประเมินการสูญเสียเลือดที่มีความแม่นยำ รวดเร็ว และปลอดภัย รองรับการตัดสินใจทางการแพทย์ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูง
การพัฒนานวัตกรรมดังกล่าวจึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยในการขับเคลื่อนสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์ที่ใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณภาพการรักษาพยาบาลและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน.








