กตป.-กสทช.เปิดเวทีรับฟังสะท้อนปัญหาจากผู้บริโภคและองค์กรต่างๆ ด้านคุ้มครองผู้บริโภค

กตป.เปิดเวที Public Hearing จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้โครงการ “จ้างที่ปรึกษาเพื่อติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลตามนโยบาย กสทช. จี้เร่งตัดวงจรมิจฉาชีพ

เชียงใหม่ 6 พ.ย.- ที่โรงแรมทราเวลลอดจ์ จังหวัดเชียงใหม่ โครงการจ้างที่ปรึกษาเพื่อติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลตามนโยบาย กสทช. ที่สำคัญในด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ประจำปี 2569 จัดประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 4 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่กับ

เวทีการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา วิเคราะห์ และประเมินผลการดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม โดยเฉพาะประเด็นผลกระทบต่อผู้บริโภคภายหลังการควบรวมกิจการโทรคมนาคมและปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตลอดจนรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแนวทางการพัฒนามาตรการคุ้มครองผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในยุคดิจิทัล โดยมี พลเอก สิทธิชัย มากกุญชร กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นประธาน ซึ่งเวทีครั้งนี้อยู่ภายใต้โครงการ “จ้างที่ปรึกษาเพื่อติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลตามนโยบาย กสทช. ที่สำคัญในด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ประจำปี 2569” เพื่อรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน นำไปสู่การพัฒนามาตรการคุ้มครองผู้บริโภคในยุคดิจิทัล
รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงสมร รุ่งสวรรค์โพธิ์ หัวหน้าโครงการระบุว่า เวทีครั้งนี้เปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวางจากภาคีเครือข่ายหลากมิติ ได้แก่ สื่อมวลชน, เจ้าหน้าที่ตำรวจ, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), หน่วยงานภาครัฐในจังหวัด, สภาองค์กรของผู้บริโภค รวมถึงตัวแทนกลุ่มเปราะบาง เช่น กลุ่มชาติพันธุ์และผู้พิการทางการได้ยิน ซึ่งร่วมกันสะท้อนผลกระทบทั้งปัญหาคุณภาพบริการหลังควบรวมกิจการโทรคมนาคมและภัยคุกคามทางเทคโนโลยีที่ซ้ำเติมประชาชน
โดยมีประเด็นสะท้อนสำคัญจากภาคประชาชนและกลุ่มเปราะบางครั้งนี้คือ การเร่งตัดวงจรมิจฉาชีพที่ต้นทาง โดยเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลและค่ายมือถือใช้มาตรการระงับหรือบล็อกเบอร์โทรหลอกลวงทันที ไม่ใช่ผลักภาระให้ผู้ใช้บริการต้องหาทางดาวน์โหลดแอปพลิเคชันมาป้องกันตนเอง ประเด็นการเข้าไม่ถึงการเตือนภัย ผู้พิการทางการได้ยินและกลุ่มชาติพันธุ์มักตกเป็นเหยื่อได้ง่าย เนื่องจากช่องทางการสื่อสาร การแจ้งเตือนและการร้องเรียนในปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมข้อจำกัดด้านภาษาและการรับรู้ ประเด็นการบูรณาการบังคับใช้กฎหมาย ฝ่ายความมั่นคงทั้งตำรวจและ DSI เสนอให้เร่งเชื่อมโยงฐานข้อมูลการตรวจจับร่วมกับค่ายมือถือ เพื่อตัดสัญญาณและอายัดหมายเลขต้องสงสัยได้แบบเรียลไทม์

พลเอกสิทธิชัย ระบุว่า จากเวทีที่ให้ประชาชนและทุกภาคส่วนร่วมสะท้อนปัญหาและเสนอแนวทางแก้ไข โดยเฉพาะผลกระทบจากการควบรวมกิจการโทรคมนาคม ทั้งด้านการแข่งขัน คุณภาพสัญญาณ อัตราค่าบริการ และทางเลือกของผู้ใช้บริการจากการควบรวมกิจการ รวมถึงภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่กำลังสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในรูปแบบต่างๆ เสียงสะท้อนจากประชาชน ทั้งปัญหาการใช้บริการโทรคมนาคม แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การหลอกลวงออนไลน์และการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยมิชอบ ตลอดจนแนวทางป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การรับเรื่องร้องเรียน การเยียวยาผู้เสียหายและการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

พลเอกสิทธิชัย ระบุว่า เสียงสะท้อนของประชาชนทุกภาคส่วน ผู้บริโภคเป็นส่วนหนึ่งในการติดตามและประเมินผลนโยบายของ กสทช. โดยความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากเวที จะนำไปวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลการวิจัยและผลการรับฟังความคิดเห็นจากภูมิภาคอื่น ๆ เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อ กสทช. ในการพัฒนามาตรการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมให้โปร่งใส เป็นธรรมและเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี พร้อมสร้างกลไกป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ และยกระดับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน.