ยอมถอยถอดคำร้องครอบครองปรปักษ์แล้วหลังทราบเป็นที่ดินพระราชทานให้มูลนิธิฯ อปท.หนาวส่อทำผิด

ยอมถอยแล้ว ขอถอนคำร้องครอบครองปรปักษ์ในที่ดินพระราชทานของมูลนิธิฯ ขณะที่ อปท.เจ้าของโครงการมีลุ้นอาจทำผิด

เชียงใหม่ 21 ก.ย.- ความคืบหน้าคดีหมายเลขดำที่ รส 9/2566 ระหว่างนางกัลยา กันหาลีลา ชาวบ้านหมู่ 1 ต.สันผีเสื้อ อ.เมืองเชียงใหม่ได้ร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ โดยมีผู้คัดค้านตามข่าวก่อนหน้านี้ ซึ่งศาลจังหวัดเชียงใหม่นัดไต่สวนหลังให้หน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบที่ดินที่เป็นข้อพิพาทหลังมีกรรมการมูลนิธิฯร้องคัดค้าน โดยศาลนัด ณ วันที่ 28 ส.ค.66 ผู้พิพากษาได้ออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคดีนี้เวลา 13.30น. นัดพร้อมหรือไต่สวนคำร้องขอครอบครองปรปักษ์ ผู้ร้อง ทนายผู้ร้อง ประธานมูลนิธิพัฒนาอนามัยและท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ ผู้คัดค้าน และทนายผู้คัดค้าน มาศาล ศาลไกล่เกลี่ยแล้ว คู่ความทั้งสองฝ่ายแถลงว่า คดีสามารถตกลงกันได้ โดยผู้ร้องไม่ติดใจที่จะไต่สวนคำร้องขอครอบครองปรปักษ์อีกต่อไป และผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอถอนคำร้องฉบับลงวันที่วันนี้(28 ส.ค.66)สอบผู้คัดค้านแล้วแถลงไม่คัดค้านคำร้องขอถอนคำร้อง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อผู้ร้องถอนคำร้อง ประกอบกับผู้คัดค้านไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ถอนคำร้อง จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

เหตุที่ผู้ร้องได้ถอนคำร้องครั้งนี้หลังทราบว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นของมูลนิธิฯ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการที่ชัดเจนว่าเพื่อส่งเสริมสุขภาพอนามัยของประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่, เพื่อส่งเสริมให้มีการพัฒนาท้องถิ่น ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ประชาชนได้รับความสะดวก สบาย และมีความเป็นอยู่ดีขึ้น , เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ให้การสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน, เพื่อขจัดปัดเป่าแก้ไขปัญหาความ เดือดร้อนเฉพาะหน้าในกรณีเร่งด่วนที่เกิดขึ้นแก่ประชาชนเนื่องจากภัยพิบัติต่าง ๆ และเพื่อร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ ทั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง อีกทั้งยังเป็นที่ดินที่ได้รับพระราชทานฯ มีการร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมเพื่อตรวจสอบเลขที่บ้านของผู้ได้รับในพื้นที่ของโครงการที่องค์การบริหารส่วนตำบลสันผีเสื้อเวลานั้นได้ใช้พื้นที่ดังกล่าวสร้างที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนว่า มีการสวมเลขที่บ้าน ซึ่งกำลังมีการตรวจสอบด้วยว่า อบต.สันผีเสื้อได้ใช้พื้นที่ของมูลนิธิฯ ไปในทางที่ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ นอกจากนี้ยังมีการทำหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆอีกหลายหน่วยเวลานี้ โดยที่ดินแปลงดังกล่าว มีจำนวน 8 ไร่ 2 งาน 18 ตารางวา

นอกจากนี้มีรายงานว่า ข้อสงสัยที่ส่วนราชการอนุญาตให้บุคคลอื่นเข้าไปอาศัยในที่ดินและมีการอ้างครอบครองปรปักษ์ในที่ดินดังกล่าวต่อศาลและไม่มีการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ ฯ เพื่อประโยชน์สาธารณะ ซึ่งทางนายกฤษณ์ กาญจนกุญชร อธิบดีกรมราชเลขานุการในพระองค์ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการองคมนตรี ได้ลงนามในหนังสือในนามสำนักงานองคมนตรีถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย สำเนาถึง อธิบดีกรมที่ดินและผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 10 เมษายน 2566 เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวตามสำเนาฎีกา ศาลก็มีหนังสือให้ทางสำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่และอำเภอเมืองเชียงใหม่ทำการตรวจสอบก่อนนัดไต่สวนวันที่ 28 สิงหาคม 2566 ดังกล่าว และแม้ศาลจะสั่งถอดจำหน่ายคดีออกสารบบความ แต่กรณีนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่า อปท.ที่ดำเนินการอาจเสี่ยงต่อการใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์และมีเรื่องร้องเรียนอื่นที่เกี่ยวข้องอีกหลายกรณีรวมทั้งการสวมสิทธิ์เลขที่บ้านด้วย.