เชียงใหม่ 10 ต.ค.- หลังจากฝนตกหนักสะสมระยะนี้ ประกอบกับปริมาณน้ำในแหล่งธรรมชาติ ทั้ง ลำคลอง ลำห้วยและคลองชลประทานหลายจุดมีน้ำมาก โดยที่ ต.ป่าไผ่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ คลองซอย 15 จากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝก-แม่งัดสมบูรณ์ชล เกิดน้ำเอ่อท่วมพื้นที่บริเวณกว้าง โดยเฉพาะที่สถานีวิทยุ ม.ก.เชียงใหม่กลายเป็นแก้มลิงรับมวลน้ำในบริเวณดังกล่าวที่ไหลมารวมกันเนื่องจากไม่มีเส้นทางระบายไปทางไหน
เบื้องต้นทางนายเฉลิมเกียรติ อินทกนก ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝกฯ (เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล)ได้ให้เจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบและเร่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในย่านดังกล่าว จากที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำ บริเวณมีน้ำท่วมบริเวณสถานีวิทยุ ม.ก.เชียงใหม่และใกล้เคียง พบว่า มีน้ำล้นจากรางรินคลองซอย 15 ฝั่งขวา ที่รับมวลน้ำเสริมจากพื้นที่การเกษตรในพื้นที่ โดยปากคลองซอย 15 มีการปิดการส่งน้ำ ที่บริเวณแม่โจ้รีสอร์ท น้ำจึงล้นเข้าพื้นที่สถานีวิทยุ ม.ก.เชียงใหม่และใกล้เคียง สาเหตุเบื้องต้นมาจาก ปริมาณน้ำที่เกิดจากฝนตกต่อเนื่องสะสมตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมามวลน้ำระบายเข้าท่อพิเศษที่ไม่มีบานประตูในการบริหารจัดการน้ำ ทำให้น้ำไหลไปรวมที่คลองซอย 15 ฝั่งขวา น้ำไม่มีทางไปเลยเอ่อล้น แนวทางแก้ไขเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ยก ปตร.ปลายเหมืองแล้วทำให้น้ำไม่เข้าทางน้ำท่อพิเศษที่ไม่มีบาน ทำให้น้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยได้สั่งการให้ฝ่ายช่างกลดำเนินการติดตั้งบานประตูระบายเพิ่มเติมในปีนี้ และได้ตั้งแผนปรับปรุงขยายคลองซอย 15 ดังกล่าว เพื่อเป็นจุดรับน้ำและประสิทธิภาพของระบบระบายในปีงบประมาณ 2568 ต่อไป ส่วนการบริหารจัดการมวลน้ำที่ท่วมพื้นที่ในเขตรับผิดชอบจากปริมาณฝนที่สะสมได้ให้เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด มีการเตรียมพร้อมรับกับสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาผลกระทบกับประชาชน ส่วนน้ำในเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ก็ได้บริหารจัดการทั้งกักเก็บ ระบายน้ำในช่วงไม่มีฝน เพื่อรักษาดุลยภาพของการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝก-แม่งัดสมบูรณ์ชล ชี้แจงกรณีที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) คาดการณ์จะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นอีก จนถึงวันที่ 12 ตุลาคมนี้เนื่องจากอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีปริมาณฝนตกหนักสะสม ส่งผลให้น้ำหลากลงสู่ลุ่มน้ำและอ่างเก็บน้ำเพิ่มมากขึ้น พร้อมกันนี้ได้มีการเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ด้านท้ายอ่างเก็บน้ำเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งช่วงวันที่ 12 -18 ตุลาคมนี้ โดยอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาตรน้ำสูงกว่าเกณฑ์ปฏิบัติการอ่างเก็บน้ำกักเก็บสูงสุด (Upper Rule Curve) 9 แห่ง ได้แก่ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จังหวัดเชียงใหม่ เขื่อนกิ่วลม และอ่างเก็บน้ำแม่มอก จังหวัดลำปาง เขื่อนห้วยหลวง จังหวัดอุดรธานี เขื่อนน้ำพุงและอ่างเก็บน้ำหนองหาร จังหวัดสกลนคร เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ และเขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก ซึ่งในส่วนของเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลได้มีการระบายน้ำและแจ้งให้หน่วยงานและ ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบแล้วโดยเริ่มระบายตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยได้ระบายน้ำออกจากเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ผ่านอาคารท่อระบายน้ำ (River Outlet) ในอัตรา 45 ลบ.ม.ต่อวินาที หรือระบายที่ 3.9 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน เพื่อรักษาสมดุลของปริมาณน้ำในเชื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลและเพิ่มพื้นที่เก็บกักไม่ให้เกินกว่าระดับน้ำกักเก็บสูงสุดที่ 293 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเกินกว่านี้จะเป็นระดับที่อาจทำให้น้ำลันอาคารระบายน้ำฉุกเฉิน (Emergency Spillway) โดยที่อัตราการระบายที่ 3.9 ล้าน ลบ.ม.ต่อวันนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนตามแนวลำน้ำแม่งัดบริเวณท้ายเขื่อนแต่อย่างใด
ปัจจุบันผลจากกรระบายน้ำของเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ทำให้ปริมาณน้ำลดลงและมวลน้ำจะไปลงแม่น้ำปิงที่บ้านช่อแล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ทางโครงการฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่สำรวจติดตามสถานการณ์น้ำที่ระบายออกจากเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล สภาพโดยทั่วไปยังอยู่ในภาวะปกติ พร้อมกันนี้ยังจัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความมั่งคงของเขื่อนยังอยู่ในสภาพปกติ และหลังจากปริมาณฝนลดลงโครงการๆ จะปรับแผนการระบายน้ำลดลงตามไปด้วย เพื่อเก็บกักน้ำให้ได้มากที่สุดสำหรับสถานการณ์ที่อาจแล้งได้ในอนาคตจากปรากฏการณ์เอลนิโญ่.










