พระสงฆ์-ชาวปะโอ ชวนชมจิตรกรรมและรับพรปีใหม่ ’67

ชาวปะโอ(เมียนมา)วัดหนองคำ จังหวัดเชียงใหม่ ชวนชมรูปจิตรกรรมดาวเคราะห์ สถาปัตยกรรมศิลปะแบบพม่าอัตลักษณ์เครื่องนุ่งห่ม พร้อมขอพรปีใหม่ 2567
เชียงใหม่ 19 ธ.ค.- วัดหนองคำ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดที่ชาวพม่าที่พำนักในจังหวัดเชียงใหม่และใกล้เคียงให้ความเคารพนับถือและยังคงมีศิลปวัฒนธรรมของความเป็นชาวพม่าปรากฏอยู่ วัดหนองคำ เป็นวัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2380 และก่อตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2380 โดยได้รับพระราชทานพัทธสีมา เมื่อ พ.ศ. 2533 วัดแห่งนี้ สร้างขึ้นโดยความสามัคคีกันของคณะอุบาสิก อุบาสิกา ชาวปะโอ (ต่องสู้) ผสมไต (ไทใหญ่) และคณะอุบาสก อุบาสิกาชาวไทยในเมืองเชียงใหม่ ชื่อวัดหนองคำ มีที่มาเนื่องจากในสมัยนั้นที่ตั้งวัดของ เป็นป่า มีบึงกว้างและลึก อยู่ทางทิศเหนือหลังวัด ต่อมาเมื่อมีการขยายตัวของเมือง บึงใหญ่ก็เป็นหนองน้ำ จากคำบอกเล่าในสมัยนั้น พบว่า ใต้ก้นบึ้งของหนองน้ำมีทองคำจำนวนมาก โดยความยาวของหนองน้ำขณะนั้นประมาณ 600 เมตร ซึ่งอ้อมมาทางทิศตะวันออกจรดถนนใหญ่หน้าวัด ทางวัดได้ใช้บึงใหญ่กับหนองน้ำดังกล่าวเป็นกำแพงโดยธรรมชาติ และเป็นเขตของวัดไปพร้อมกัน อาศัยเหตุนี้จึงเรียกว่า วัดหนองคำ มีความหมายว่า ในหนองน้ำมีทองคำ
วัดหนองคำ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2445 โดยเขตวิสุงคามสีมา กว้าง 11 เมตร ยาว 12 เมตร ในสมัยพระสันติละ ชาวปะโอ เป็นเจ้าอาวาส ในอดีต วัดหนองคำ ขึ้นอยู่กับการปกครองคณะสงฆ์พม่า จึงทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจและเรียกวัดนี้ว่า วัดพม่า แต่โดยแท้จริงแล้ว วัดนี้เป็นวัดของชาวปะโอ หรือ ต่องสู้ หรือ ชาวเงี้ยว ที่อยู่ภายใต้การปกครองของคณะสงฆ์พม่าเท่านั้น
ซึ่งชาวปะโอนั้นจะมีประเพณี วัฒนธรรม ของตนเอง นับถือพญานาค เครื่องแต่งกายจะมีรูปของพญานาคไว้โพกหัวและติดหน้าอก มีภาษาพูดและเขียนคล้ายชาวล้านนาในอดีตและมีอัตลักษณ์เครื่องนุ่งห่มของตนเองที่งดงามน่าชม
วัดหนองคำ มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม มีพระธาตุแบบเจดีย์ทรงฐานสูงสองชั้น มีห้องเล็กๆเพื่อเก็บคัมภีร์และหนังสือใบลานต่างๆ ภายในพระอุโบสถ มีพระประธานเนื้อปูนปั้น 3 องค์ พร้อมด้วยพระสาวก ทรงโปรดพระโพธิสัตว์สุเมธ ฤาษี ไม้ ลงรักปิดทอง ศิลปะแบบพม่า สัตตภัณฑ์ เครื่องบูชา มีพระบัลลังก์หรือซุ้มสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปหรือชาวปะโอเรียกว่า พระจอง หรือ พระบัลลังก์ 2 หลัง ทำด้วยไม้ มีลักษณะช่อฟ้าใบระกา งดงามตามแบบพม่า นอกจากนี้ภายในวิหาร ยังมีรูปจิตรกรรมดาวเคราะห์ต่างๆ และพุทธประวัติ บนฝ้าเพดานเป็นเรื่องราวให้ชมอีกด้วย ซึ่งในวาระดิถีปีใหม่หรือศักราชใหม่ชาวปะโอและคนไทยมักนิยมมาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล.

นอกจากนี้พระอานนท์ อินฺทวํโส(ปู่อ้าย)เจ้าอาวาสวัดหนองคำ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ยังเป็นองค์ผู้ถ่ายทอดบทสวดการบูชาคุณพระรัตนตรัย และคาถาบารมี  30  ทัศ  ให้เป็นภาษาเมียนมาร์โดยการแปลจากภาษาไทย เป็นภาษาปะโอ  ตามวิถีพุทธในแบบวัฒนธรรมชองชาวพม่า  ที่สืบทอดจากคนรุ่นหลัง ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันในการสืบสานศาสนา ตามเจตนารมณ์ของมูลนิธิอาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศภายใต้ร่มบารมีองค์หลวงปู่เฒ่าเกวลัน แห่งเทือกเขาหิมาลัย คณะศิษยานุศิษย์ รวมถึงมูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา ได้ดำเนินกิจกรรมหนุนเสริมกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานเตรียมเสนอชื่อครูบาเจ้าศรีวิชัยให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ทางด้านการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรมและสันติภาพ ต่อองค์การยูเนสโก ในสาขาวัฒนธรรมที่สร้างความสงบสุขอันนำไปสู่สันติภาพ ร่วมกับโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนภาคเหนือ (ตอนบน) โดยมุ่งหวังที่จะสืบสานศาสนา  รักษาแผ่นดิน ผ่านกระบวนการธรรมทูต  เพื่อนำไปเผยแพร่และประดิษฐานใน ประเทศต่าง ๆ  ทั่วโลก  รวมถึงการประสานงานกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ในการจัดทำกรอบแนวทางการนำไปประดิษฐานเพื่อการติดตามและเก็บข้อมูลทั้ง 10  จังหวัด (ภาคเหนือ) ระดับประเทศและการเผยแพร่เกียรติคุณไปยังต่างประเทศ ประกอบการยกร่างข้อเสนอด้วยกระบวนการวิจัยที่สอดคล้องกับแบบเสนอ (ANNEX II) ที่องค์การยูเนสโกกำหนดอีกด้วย
 อย่างไรก็ตามชาวปะโอยังคงรักษาประเพณี วัฒนธรรม ของตนเองได้อย่างดี หากใครมีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ ก็ไม่ควรพลาดที่จะมาชมความงดงามของวัดในแบบฉบับของชาวปะโอ