ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ลงพื้นที่รณรงค์ไม่เผาพื้นที่เกษตร อ.แม่ออน พร้อมทำคอนเทนต์ลงโซเชียล จัดตีม “เดินเข้าหาไฟ ลดการเผา”“เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”
เชียงใหม่ 5 ม.ค. – ช่วงบ่ายวันนี้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่พร้อมด้วยนายเจริญ พิมพ์ขาล เกษตรจังหวัดเชียงใหม่และเกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บ้านป่าน๊อต ตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสร้างการรับรู้กับประชาชาถึงนโยบาย “เดินเข้าหาไฟ ลดการเผา” และการใช้วิธีไถกลบตอซัง แทนการเผาในพื้นที่เกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ที่มุ่งแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในปี 2567
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า นโยบาย “เดินเข้าหาไฟ ลดการเผา” คือ การเปลี่ยนพื้นที่เผาไหม้ให้ปลอดการเผา โดยใช้วิธีการอื่นเข้ามาบริหารจัดการเชื้อเพลิงแทน อาทิ การไถกลบตอซังหรือการเปลี่ยนเศษซากวัสดุทางการเกษตรเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล ตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการร่วมดันรณรงค์จัดการพื้นที่เกษตรกรรม โดยเปลี่ยนจากพื้นที่ที่กำลังจะลุกเป็นไฟเป็นพื้นที่ไถกลบ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่พร้อมจัดหารถไถและสนับสนุนค่าน้ำมันให้กับประชาชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หันมาให้ใช้วิธีการไถกลบแทนการเผา เพื่อลด PM 2.5 และมีอากาศที่สะอาดบริสุทธิ์ โอกาสนี้ให้ทีมงานได้ถ่ายภาพเพื่อนำไปขยายผลสร้าง content ใน social อีกทางหนึ่งด้วย
ด้าน นายชลิต ทิพย์คำ นายอำเภอแม่ออน เปิดเผยว่า ในปีนี้อำเภอแม่ออนได้ขออนุญาตบริหารจัดการเชื้อเพลิงทั้งหมด 115 จุด รวม 27,000 ไร่ ซึ่งทางอำเภอได้มีการทำความเข้าใจกับประชาชนถึงหลักการ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และนโยบาย “เดินเข้าหาไฟ ลดการเผา” ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้ให้แนวทางไว้ จนทำให้ขณะนี้อำเภอแม่ออนมีพื้นที่ที่ขออนุญาตบริหารจัดการเชื้อเพลิงที่ไม่จำเป็น ลดน้อยลงเหลือเพียง 15,000 ไร่ ส่วนการไถกลบตอซังแทนการเผาในพื้นที่เกษตร ขณะนี้ก็ได้เตรียมดำเนินการ 1,000 ไร่ ในพื้นที่ตำบลแม่ทา จุดเสี่ยงพื้นที่หนึ่ง
ขณะที่นายเจริญ พิมพ์ขาล เกษตรจังหวัดเชียงใหม่กล่าวเสริมว่า สำหรับอำเภอแม่ออน มีพื้นที่ปลูกข้าว 7,098 ไร่ ในตำบลแม่ทา มีพื้นที่ปลูกข้าว 2,800 ไร่ หลังเก็บเกี่ยวข้าวแล้วเกษตรกรจะเริ่มเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง พืชผัก ข้าวโพดฝักอ่อน เป็นต้น ทุกปีก็จะพบปัญหาจุดการเผา ปีนี้ทางอำเภอระดมหน่วบงานเกีายวข้องร่วมสร้างการรับรู้อันตรายและผลกระทบจากการเผา โดยใช้หลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และห้วงเวลาห้ามเผาเด็ดขาด ในวันที่ 1 ม.ค.ถึง 30 เม.ย. 2567 ส่วนที่จำเป็นดำเนินการบริหารจัดการเชื้อเพลิงผ่านระบบ แอปพลิเคชั่น FireD และในส่วนพื้นที่ทำการเกษตรทำการไถกลบเพื่อทำการเกษตรในฤดูแล้งโดยไม่เผา เพื่อเพาะปลูกโดยดำเนินการไปแล้วประมาณ 70% ของพื้นที่.








