นายกรัฐมนตรีตรวจความพร้อมสรรพกำลังรับมือไฟป่า ลดจุด hotspot

นายกฯ ตรวจความพร้อมกำลังพลปฏิบัติการรับมือไฟป่า pm2.5 ที่เชียงใหม่พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่รับมือสถานการณ์ปีนี้ กำชับดูความปลอดภัยด้วย

เชียงใหม่ 11 ม.ค.- ที่ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาการควบคุมไฟป่าภาคเหนือ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพร้อมคณะลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากประชุมรับทราบข้อมูลด้านต่างไปแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การลดจุดความร้อน (Hotspot) และการทำแนวกันไฟต้องอาศัยร่วมแรงร่วมมือกันอย่างจริงจัง ผ่านการประสานงานอย่างใกล้ชิดทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและประชาชน ทั้งนี้กระทรวงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม หรือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไปเยอะมาก แต่ปัญหาบางอย่างก็ยังไม่สามารถควบคุมได้โดยตรง ซึ่งบางปัญหาก็เกิดจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งตนไม่อยากให้นำมาเป็นเหตุผลหรือข้ออ้าง เนื่องจากประเทศไทยนับเป็นพี่ใหญ่ เรามีเทคโนโลยี มีทรัพยากรที่มากกว่า เพราะฉะนั้นเราต้องมีการพูดคุย เจรจากับประเทศเพื่อนบ้านได้ โดยตนจะพูดคุยกับกระทรวงการต่างประเทศให้มากขึ้นเพื่อร่วมแก้ไขปัญหา
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ภารกิจนี้เป็นภารกิจที่หนักมากในช่วง 4 เดือนที่จะถึงนี้ โดยต้องขอบคุณความทุ่มเทที่ทุกคนเอาใจใส่ นำปัญหานี้มาเป็นปัญหาหลักในการทำงานแบบบูรณาการ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการพูดคุยกันภายในประเทศ ทุกหน่วยงานมีการทำงานอย่างเต็มที่ ก็ต้องพยายามต่อไปในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน หากมีวิธีการหรือช่องทางใดที่รัฐบาลสามารถช่วยเหลือได้ รัฐบาลยินดีเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ในฐานะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานหลักที่จะต้องเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาตรงนี้ ตนเข้าใจว่า ทุกหน่วยงานมียุทโธปกรณ์ที่ไม่เพียงพอ แต่เราสามารถโยกย้ายยุทโธปกรณ์ไปตามความจำเป็นได้ เพื่อนำไปช่วยเสริมในบางหน่วยงานที่ขาดแคลน อีกทั้งอยากฝากให้ทุกหน่วยงานดูแลเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ให้ดี ทั้งเรื่องการพักผ่อน ชีวิตและจิตใจ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่ ปัญหาฝุ่น PM2.5 จากข้อมูลปีนี้เป็นที่น่ายินดีว่า จุดความร้อนลดลง โดยช่วงเวลาเดียวกันจาก 50 กว่า เหลือ 10 กว่า ถือเป็นการเริ่มต้นปีด้วยดี แสดงว่าการที่เราลงพื้นที่ร่วมมือทำงานแบบบูรณาการ โดย ผู้ว่าฯเชียงใหม่ เป็นหัวหน้าทีม ในการประสานทุกภาคส่วน จึงทำให้ค่าฝุ่นลดลงอย่างมีนัยส่วนเรื่องการเผาป่า นายกรัฐมนตรีเชื่อว่า ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรฯ ดูแลกันได้ดีมาก จึงทำให้จุดความร้อนลดลงไป แต่เราไม่ได้อยู่คนเดียว โดยมีประเทศเพื่อนบ้านทางกัมพูชา รวมถึง สปป.ลาว เมียนมา โดยเมียนมากับลาวปัญหาน่าจะมาหนักประมาณเดือนมีนาคมและเมษายน จึงต้องอาศัยการพูดคุยของกระทรวงการต่างประเทศต่อไป
ส่วนทรัพยากรในการสนับสนุนภารกิจเรื่องงบประมาณเป็นประเด็นสำคัญที่ยังขาดแคลน โดยเฉพาะจากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งตนได้ทราบนโยบายโดยจะต้องมีการจัดซื้อจัดจ้าง บูรณาการอุปกรณ์เพิ่มมากขึ้น แต่ต้องใช้เวลา เพราะการจะสั่งซื้อเครื่องบินต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งถึงสองปีเป็นต้นไป แต่ในปัจจุบันได้มีการพูดคุยและขอร้องให้แม่ทัพภาคที่ 3 ดูแลพูดคุยกับผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการทหารอากาศ หากมีเครื่องบินหรืออุปกรณ์ที่อาจจะยังไม่ได้ใช้หรือใช้น้อยให้เราปรับปรุงนิดหน่อยแล้วมาใช้ ได้ในแง่ของการปล่อยน้ำหรือทำฝนหลวงได้หรือไม่ เพราะหากช่วยเหลือกันได้ก็จะเป็นการทำงานที่ครบวงจร เป็นการทำงานทีมไทยแลนด์อย่างแท้จริง กอ.รมน. ก็สามารถช่วยได้อยู่แล้ว เพราะทำอยู่แล้วในแง่ของไฟป่า
จากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะได้ร่วมทำแนวกันไฟ และรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า หรือเสือไฟ พร้อมชมการสาธิตการดับไฟป่าทางอากาศ รวมทั้งได้มอบข้าวสารอาหารแห้งให้กับเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า (เสือไฟ) เพื่อใช้สำหรับดำรงชีพระหว่างที่ออกปฏิบัติหน้าที่ดูแลดับไฟป่าด้วย.