รับนโยบายรัฐมนตรีใหม่ ย้ำช่วยดูแลประชาชน 9 ด้านหลักสร้างความยั่งยืน

สำนักงานชลประทานที่ 1 ร่วมประชุมรับมอบนโยบายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะชุดใหม่เน้นย้ำ 9 ด้านดูแลประชาชนมีคุณภาพชีวิตดี มั่นคง ยั่งยืน

เชียงใหม่ 17 ก.ย.- เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2567 เวลา 09.30 น. นายอัฏฐวิชย์ นาควัชระ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 มอบหมายให้ นายอภิวัฒน์ ภูมิไธสง รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 เป็นผู้แทน พร้อมด้วย นายไพรัตน์ ทับประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ นายณัฐวุฒิ นากสุก ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรม นายสุภรณ์วัฒน์ สุรการ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานลำพูน นายอัธยา อรรณพเพ็ชร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา หัวหน้าฝ่ายและข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับฟังการมอบนโยบายขับเคลื่อนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านระบบ Video conference รับสัญญาณจากที่ห้องประชุมธารทิพย์ 01 อาคารหม่อมหลวง ชูชาติ กำภู กรมชลประทาน ถนนสามเสน กรุงเทพฯ มายังห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ สำนักงานชลประทานที่ 1 (SWOC1) ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงนโยบายขับเคลื่อนงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลังจากเข้ารับตำแหน่งใหม่ และมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน และรองอธิบดีกรมชลประทานทั้ง 4 คน เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2567 โดยนโยบายด้านการเกษตร รัฐบาลยังคงเน้นยกระดับให้เป็นเกษตรทันสมัย ด้วยแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” สำหรับการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะยึดหลักการทำงาน คือ พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ และเน้นการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านการเกษตรและวิสัยทัศน์ Ignite Thailand โดยจะยังคงสานต่อ 9 นโยบายสำคัญ ให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย ได้แก่

1 ) เน้นการสร้างวิธีการทำงานสู่การปฏิบัติ อาทิ เพิ่มประสิทธิภาพศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช ขยายครอบครัวเกษตร บูรณาการงานอย่างเข้มแข็ง
2 ) เร่งรัดการจัดที่ดินทำกินให้กับเกษตรกร
3 ) บริหารจัดการน้ำ ให้เกิดประสิทธิภาพเพื่อการเกษตร รวมถึงบริหารจัดการทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง และการเติมน้ำในเขื่อน
4 ) ยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง ด้วยการต่อยอดโครงการ 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง
5 ) ยกระดับศักยภาพของเกษตรกร/สถาบันเกษตรกรให้เข้มแข็ง
6 ) จัดการทรัพยากรทางการเกษตร อาทิ ทำการเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วย BCG โดยการจัดการรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับนโยบาย/มาตรการการค้าด้านสิ่งแวดล้อมโลก เช่น Carbon Credit
โดยทำการเกษตรที่ลดภาระต่อสิ่งแวดล้อม เกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการแก้ปัญหา PM 2.5
7 ) รับมือกับภัยธรรมชาติ ต้องมีการวางแผนและมีมาตรการเชิงรุก เพื่อรับมือตั้งแต่การป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟู เมื่อประสบเหตุภัยแล้ง หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติทุกชนิด เช่น มาตรการเยียวยาและ/หรือมาตรการฟื้นฟูสำหรับเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย เป็นต้น 8 ) สานต่อการทำสงครามสินค้าเกษตรเถื่อน
9 ) อำนวยความสะดวกด้านการเกษตร อาทิ ผลักดันนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้

ทั้งนี้ นโยบายหลัก 9 ด้าน ของกระทรวงเกษตรฯ นับเป็นการสานต่อนโยบายเดิม เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรไทยอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นที่จะพัฒนาเกษตรสมัยใหม่ เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยในด้านการบริหารจัดการน้ำ ได้เน้นย้ำให้บริหารจัดการน้ำเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งด้านการเกษตร การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานมุ่งขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพ สร้างผลงานได้อย่างชัดเจน และเป็นรูปธรรม ร่วมกันผลักดันและพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน.