สภาพลเมืองเชียงใหม่เปิดประชุมสภาครั้งที่ 3/2563 ถกหาทางออกความย้อนแย้ง “เพราะรายได้เทศบาลลดจึงกระทบคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ : ผลจาก พ.ร.บ. ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562” เตรียมสรุปเสนอรัฐสภาทบทวนเพราะย้อนแย้งภารกิจถ่ายโอนไร้ผล

เชียงใหม่ 13 พ.ย.- ที่ห้องประชุมศาลาสหกิจ ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สภาพลเมืองเชียงใหม่จัดการประชุมเปิดสภาครั้งที่ 3/2563 เรื่อง “เพราะรายได้เทศบาลลดจึงกระทบคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ : ผลจาก พ.ร.บ. ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562” เพื่อให้เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ได้นำเสนอปัญหาการจัดเก็บรายได้และผลกระทบต่อการให้บริการสาธารณะต่อประชาชน เกิดแนวทางการขับเคลื่อนร่วมกันของประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดย ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ เป็นประธานการเปิดสภาพลเมืองครั้งนี้

ทั้งนี้สืบเนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับตำบลทั้งเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล มีรายได้จากภาษีที่จัดเก็บเอง 3 ประเภท คือ 1.ภาษีป้าย 2.ภาษีบำรุงท้องที่ 3.ภาษีที่ดิน เดิมจัดเก็บตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ต่อมาในปี 2562รัฐบาลเสนอกฎหมายการจัดเก็บใหม่ให้รัฐสภา เพื่อตราใช้แทน ซึ่งควบรวมภาษีบำรุงท้องที่ และภาษีโรงเรือนที่ดินเข้าด้วยกัน กลายเป็น พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 โดยกฎหมายใหม่ได้เปลี่ยนการคำนวณการจัดเก็บ คำนิยามของการจัดเก็บ การกำหนดอัตราการจัดเก็บ มีผลให้รายได้ของเทศบาล อบต. ในพื้นที่เขตเมืองลดลงอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อการให้บริการสาธารณะ บริการประชาชนที่ต้องลดคุณภาพลง หรืองดให้บริการ

นายทวี ณ ลำพูน ประธานสันนิบาตเทศบาลลำพูน ผู้เสนอขอเปิดสภาพลเมือง เห็นว่า การจัดเก็บภาษีตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการจัดการงบประมาณในการดำเนินงานตามโครงการต่างๆเพื่อบริการประชาชน เพราะเมื่อรายได้ท้องถิ่นลดลง ทำให้ต้องมีการลดการจ้างงานพนักงาน บางโครงการพัฒนาท้องถิ่นต้องชะลอหรือระงับ ทำให้ชาวบ้านในท้องถิ่นไม่ได้รับการบริการอย่างเต็มที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงขอฝากให้ผู้เกี่ยวข้องทบทวนและเรียกร้องให้

นายสมคิด เลิศเกียรติดำรงค์ ประธานสันนิบาตเทศบาลเชียงใหม่ ผู้ขอเปิดสภาพลเมือง ก็เห็นว่า เมื่อรายได้ขององค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นลดลง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบริหารงานบุคคลภายในองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น สวัสดิการลูกจ้างถูกลดหรือถูกเลิกจ้าง แต่ละเทศบาลหรือ อบต. กำหนดให้มีงบประมาณสำหรับจ่ายบุคลาการภายในองค์กรไม่เกิน 40% ของรายได้ทั้งหมด เมื่อภาษีลดจึงต้องปรับการจัดการภายในองค์กร จำนวนผู้ให้บริการลด ประชาชนในท้องถิ่นที่รับผิดชอบจึงได้รับบริการในคุณภาพที่ลดลง ยกตัวอย่างในเทศบาลเขตเมือง มีหอพักในท้องถิ่นจำนวนมาก จากเคยเก็บได้หลายหมื่นบาทต่อปี แต่ตาม พ.ร.บ.ภาษีใหม่ จัดเก็บได้เพียงหลักร้อยบาท แม้จะถือว่าเป็นสิ่งปลูกสร้าง แต่ก็สมควรมีการจัดเก็บภาษีที่มากกว่าบ้านเรือนเพราะหอพักเป็นสิ่งปลูกสร้างเชิงพาณิชย์ จึงเสนอให้องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมจำแนกสิ่งปลูกสร้างในท้องถิ่น

ฝ่ายข้อมูลสภาพลเมือง นายอภิชาต เทพชา ปลัดเทศบาลตำบลบ้านกลาง จ.ลำพูน ให้ข้อมูลว่า เดิมท้องถิ่นสามารถจัดเก็บภาษีจากท่าอากาศยานได้ 16 ล้านบาท/ปี แต่ตาม พ.ร.บ.ภาษีใหม่ จัดเก็บได้ 6 ล้านบาท เสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ที่ตั้งในชุมชนเก็บได้ ต้นละ 50,000-70,000 บาท/ปี แต่ตาม พ.ร.บ.ภาษีใหม่จัดเก็บได้เพียง 5 บาท เพราะตีความว่าไม่ใช่ที่อยู่อาศัย ตู้เอทีเอ็มเคยจัดเก็บได้ ตู้ละ 3,000 บาท/ปี แต่ตาม พ.ร.บ.ภาษีใหม่จัดเก็บได้เพียงไม่กี่ร้อยบาท การเก็บภาษีตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 ทำให้รายได้ของเทศบาล อบต. หายไปมากกว่าร้อยละ 50-80 ทั้งๆที่สิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเป็นของธุรกิจเอกชนขนาดใหญ่ทั้งในและนอกซึ่งมีศักยภาพทางธุรกิจ และใช้ทรัพยากรในพื้นที่ จึงควรมีบทบาทในการบำรุงท้องถิ่น

ปลัดเทศบาลตำบลบ้านกลาง กล่าวว่า ตัวอย่างผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลบ้านกลาง จ.ลำพูนเช่น โครงสร้างการจัดจ้างบุคลากรเพื่อบริการประชาชนได้รับผลกระทบอย่างมากต่อ มีการปรับลดเงินเดือนพนักงานเก็บขยะ ครูอัตราจ้างในสถานรับเลี้ยงเด็ก และพนักงานบริการอื่นๆเหลือเพียง 7,000 บาท/เดือนสวัสดิการขั้นพื้นฐานในท้องถิ่นถูกลดทอน เป็นที่น่ากังวลว่า หากยังคงใช้การจัดเก็บตามอัตราภาษีตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 จะส่งผลต่อประชาชนผู้ที่เคยได้รับประโยชน์และการดูแลจากองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น การจัดเก็บภาษีควรเป็นการจัดสรรที่เป็นธรรม ไม่ควรเอื้อให้กับภาคธุรกิจจนเกินไป เพราะถือว่าภาคธุรกิจใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นและควรมีบทบาทรับผิดชอบร่วมในการรักษาผลประโยชน์ของประชาชน ดังนั้นจึงควรมีวิธีการปรับปรุง พ.ร.บ.นี้ให้เอื้อต่อท้องถิ่นมากขึ้น กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นจัดการตนเอง

อ.ไพสิฐ พาณิชยกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งคำถามว่า รายได้ที่หายไปที่จัดเก็บจากธุรกิจท้องถิ่น หายไปไหน ซึ่งขัดหลักการปกครองตนเองของท้องถิ่นที่ขัดรัฐธรรมนูญแต่การปกครองตนเองต้องหารายได้ได้ด้วย ดึงเงินท้องถิ่นที่ท้องถิ่นควรได้ไปอยู่ในกระเป๋าใคร กฎหมายนี้ไปล้วงเงินท้องถิ่นไปไว้ที่ไหน ทำเป็นภาพรวมทั้งประเทศ เป็นโจทย์สภาพลเมืองว่า กฎหมายฉบับนี้ทำมาแล้ว ใครได้ใครเสีย อยู่ความเป็นธรรมในการอยู่ร่วมกันหรือไม่ ประเด็นสำคัญอ้างถึงการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงหลักการของกฎหมายทั้งกฎหมายท้องที่ ราคากลาง กฎหมายเดิมอ้างว่า ให้ดุลพินิจแก่พนักงานท้องถิ่นในการประเมินต้องการลดโดยเปลี่ยนหลักการมาประเมินมูลค่าของทรัพย์สินแทน เป็นปัญหาในเชิงการจัดเก็บ เพราะเปลี่ยนฐานการจัดเก็บการประเมินยากมากในการประเมินที่เป็นธรรมอย่างไร แต่อาจเปลี่ยนให้ประชาชนมาแจ้งว่า ใช้ประโยชน์เท่าใด ช่วงการเปลี่ยนผ่านต้องรื้อระบบเดิมที่มีประสิทธิภาพที่เป็นธรรมมากกว่า ปัญหาอีกอันที่ใหญ่ คือ หลายเรื่องเป็นประโยชน์ที่ท้องถิ่นควรได้ไม่ถูกนำมาคิดในการประเมินแต่ในทางกฎหมายเป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงินได้แต่ภาษีใหม่จัดพวกเครื่องจักร ภาษีที่จัดสรรจริงหรือไม่ แล้วหน้าที่ของรัฐควรจุนเจือใครในมาตรการทางภาษี ถือเป็นการให้ข้อมูลจะต้องศึกษาข้อมูลให้มากกว่าเดิม

รศ.ดร.วีระศักดิ์ เครือเทพ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สะท้อนในมุมมองนักวิชาการว่า ความเป็นธรรมของการกระจายภาระภาษีถือเป็นสิ่งสำคัญในการจัดเก็บและใช้ประโยชน์จากภาษีที่จัดเก็บในท้องถิ่น ผลการเก็บข้อมูลที่ทดลองทำ เดิมท้องถิ่นเคยเก็บภาษีที่ดิน 36,000 ล้านทั่วประเทศ เมื่อปรับตามอัตราการเก็บภาษีของ พ.ร.บ.ปี 2562 รายได้จากภาษีที่จัดเก็บจากท้องถิ่นในเขตเมืองหรือเขตอุตสาหกรรมลดลง แต่มีท้องถิ่นในชนบทบางแห่งมีรายได้สูงขึ้น แต่ไม่ได้มากขึ้นแบบน่าตกใจ รายได้ท้องถิ่นลดลงลดลง 13% จากฐานเดิม ผู้ประกอบกิจการพาณิชย์เล็กกลางใหญ่ตามราคาประเมิน พอแยกย่อยพบว่าธุรกิจขนาดใหญ่ได้ประโยชน์มากกว่าขนาดกลางและเล็ก และสุดท้ายคือที่ของรัฐ ที่ราชพัสดุ เป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ทางเกษตรกรรม สนามกอล์ฟ ที่อยู่อาศัย เฉพาะในที่ดอนแก้ว ที่ของท้องถิ่นมีส่วนราชการใช้ประโยชน์หลายที่ซึ่งที่ผ่านมาไม่เสียภาษีให้ท้องถิ่นเลย ดังนั้น จึงควรมีการติดตามและตรวจสอบการจัดเก็บภาษีจากั้งประชาชน เอกชน และผู้ใช้ประโยชน์ร่วมกับภาครัฐอย่างเท่าเทียมกัน

ทั้งนี้หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 กลายเป็นอุปสรรคสำคัญทันที ควรมีการทบทวนคำนิยาม อัตราการจัดเก็บภาษี รวมทั้งกระบวนการจัดเก็บภาษี เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก้ผู้เสียภาษีและรักษาผลประโยชน์ขององค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นในการบริหารภาษีเพื่อจัดสรรระบบสาธารณูปโภคและสวัสดิการแก่ประชาชนในท้องถิ่นที่รับผิดชอบ ในขณะที่รัฐบาลกางพยามถ่ายโอนภารกิจให้ท้องถิ่น แต่กลับสร้างเงื่อนไขและปรับเครื่องมือทางกฎหมายที่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำเนินการ เมื่อท้องถิ่นไม่มีกำลังพอก็ตกเป็นจำเลยว่าไม่มีคุณภาพหรือศักยภาพดีพอในการบริหารจัดการ แต่ความจริงคือไม่มีงบประมาณไปดำเนินการได้ ซึ่งผลสรุปของเวทีสภาพลเมืองครั้งนี้จะถูกส่งต่อให้ทางรัฐบาลกลางและรัฐสภาได้พิจารณาทบทวนแก้ไขโดยเร็วต่อไป.