ชลประทาน เผย 2 ต.ค.มวลน้ำเหนือทำระดับน้ำปิงเขตเมืองสะพานนวรัฐสูงสุดไม่เกิน 3.50 เมตร แนวโน้มดีแค่ยังเฝ้าติดตามอิทธิพลพายุบัวลอยที่เริ่มสลาย คาดใกล้สู่ปลายฝนต้นหนาวเปิดบ้านรับท่องเที่ยว
เชียงใหม่ 1 ต.ค. – ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ สำนักงานชลประทานที่ 1 (SWOC1) อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในการประชุมร่วมกับส่วนราชการด้านการบริหารจัดการน้ำ ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ ผู้อำนวยการส่วนอุทกวิทยาที่ 1 เชียงใหม่ ฝ่ายเลขานุการฯ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำที่เป็นผลจากอิทธิพลของพายุ “บัวลอย” โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากอิทธิพลของพายุบัวลอย ทำให้มีฝนตกหนักในบางพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่ 30 ก.ย. 68 โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอโซนเหนือของจังหวัด จากการรับฟังรายงานสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาพรวมไม่ส่งผลกระทบต่อจังหวัดเชียงใหม่มากนัก ปริมาณฝนที่ตกในคืนที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อบางพื้นที่ แต่ไม่ส่งผลต่อเขตเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่สูง ทำให้น้ำบริเวณต้นน้ำไหลผ่านตัวเมืองไปอย่างรวดเร็ว โดยในพื้นที่เศรษฐกิจเขตเมืองเชียงใหม่คาดว่า มวลน้ำก้อนใหญ่ที่สุดจากต้นน้ำปิงจะไหลผ่านตัวเมืองเชียงใหม่ ที่สถานีตรวจวัดระดับน้ำ P.1 สะพานนวรัฐในเวลา 06.00 น. ของวันที่ 2 ต.ค. ที่ระดับน้ำไม่เกิน 3.50 เมตร ซึ่งยังต่ำกว่าระดับเตือนภัยที่กำหนดไว้เบื้องต้น 3.70 เมตร และต่ำกว่าตลิ่งที่ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ได้เสริมขึ้นที่ 4.20 เมตร ซึ่งคาดว่าจะเป็นมวลน้ำก้อนสุดท้ายจากอิทธิพลของพายุบัวลอย แม้หลังจากนี้อาจจะมีฝนตกอยู่บ้างในช่วง 1-5 ตุลาคม 2568 แต่จะเป็นฝนที่ตกเล็กน้อยตามฤดูกาลในช่วงปลายฝนต้นหนาวหรือหากมีพายุเข้ามาอีกลูกก็คาดว่า ความกดอากาศสูงจะมีอิทธิพลทำให้ร่องมรสุมที่จะทำให้เกิดฝนถูกดันไปในพื้นที่อื่น ไม่กระทบต่อเชียงใหม่ อย่างไรก็ตามทุกฝ่ายจะยังไม่ประมาท โดยจะยังติดตามสถานการณ์ต่างๆ ล่วงหน้าอย่างใกล้ชิด
หลังจากนี้คาดว่า สภาพอากาศจะเริ่มเปลี่ยนไปในช่วงเช้าและกลางคืนจะมีอากาศหนาวเย็นประกอบกับมีลมโชย ส่วนกลางวันจะมีอากาศร้อน เป็นสัญญาณว่า จังหวัดเชียงใหม่กำลังจะเริ่มก้าวเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นในการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ดังนั้นจึงขอให้ชาวเชียงใหม่ ผู้ประกอบการ ภาคการท่องเที่ยว เตรียมพร้อมเตรียมบ้านเตรียมเมืองเปิดบ้านรับฤดูกาลท่องเที่ยวให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยรอยยิ้ม โดยเชียงใหม่มีเสน่ห์และแรงดึงดูดมากมายประกอบกับได้นำนโยบาย 12 เดือน 12 เทศกาล มาขับเคลื่อนการท่องเที่ยว จึงทำให้ช่วงฤดูหนาวนี้จะมีกิจกรรมอีเวนท์ที่น่าสนใจมากมายให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส อาทิ งานปลายฝนต้นหนาว เทศกาลยี่เป็ง เทศกาลดอกไม้ งานฤดูหนาวฯ และกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เป็นต้น.









