พ่อเมืองเชียงใหม่ถกเข้มรับมือไฟป่า pm2.5 หลังสถานการณ์เริ่มประทุ หลายพื้นที่ hotspot พุ่ง

เชียงใหม่จัดประชุมและลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟป่าที่อุทยานแห่งชาติออบหลวง พร้อมเร่งบริหารจัดการไฟที่จำเป็นในพื้นที่เสี่ยง 16 ตำบล ใน 8 อำเภอโซนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ 65% ของจุดเสี่ยง

เชียงใหม่ 17 ก.พ. – นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่พร้อมรองผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 แบบบูรณาการจังหวัดเชียงใหม่ ที่อุทยานแห่งชาติออบหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นการประชุมนอกสถานที่ครั้งแรกในปีนี้ เพื่อให้ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามสถานการณ์ไฟป่าฯ จากสภาพพื้นที่จริง นำมาร่วมกันวิเคราะห์ วางแผนและหามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด อีกทั้งพื้นที่ทางโซนใต้มักจะเกิดปัญหาการเผาป่าก่อนทุกปี
โดยข้อมูลสถานการณ์ไฟป่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม -17 กุมภาพันธ์ 2569 จังหวัดเชียงใหม่เกิดจุดความร้อนขึ้นรวมทั้งสิ้น 180 จุด มากที่สุด คือ อำเภอดอยเต่า 99 จุด แม่แจ่ม 18 จุด เชียงดาว 10 และอมก๋อย 10 จุด ส่วนมากเกิดขึ้นในพื้นที่ป่าสงวนและอยู่ในโซนใต้ของจังหวัด แต่หากเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ในช่วงเวลาเดียวกัน พบว่า จุดความร้อนลดลงถึงร้อยละ 86 และหากเทียบกับปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่า ลดลงร้อยละ 16
ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ข้อมูลการเกิดไฟป่าในปีที่ผ่านมาจะเห็นว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 16 ตำบล จาก 8 อำเภอในพื้นที่โซนใต้ของจังหวัด กินพื้นที่ไปกว่า 410,000 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 65 ของพื้นที่เผาไหม้ทั้งหมดของจังหวัด ซึ่งมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ทั้งการลักลอบเผาเพื่อหาของป่า การเตรียมพื้นที่เพื่อทำเกษตรบนพื้นที่สูง การประกอบอาชีพในป่า ดังนั้นจึงต้องโฟกัสไปที่จุดนี้เป็นพิเศษ โดยให้เร่งทำความเข้าใจให้กับชาวบ้านในการงดเผา แล้วหาทางสนับสนุนช่วยเหลือในด้านต่างๆ เพื่อให้ชาวบ้านเลี้ยงชีพได้โดยไม่ต้องพึ่งการเผา แต่หากมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในแต่ละพื้นที่ก็จะต้องมามองถึงการใช้การบริหารจัดการไฟ ต้องแยกไฟที่จำเป็นกับไฟที่ไม่จำเป็นออกจากกันให้ได้ ซึ่งในประเด็นนี้ได้มอบหมายให้ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ไปเร่งหารือร่วมกับทั้ง 16 ตำบล ใน 8 อำเภอ รวมถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละด้าน เพื่อวางแนวทางการบริหารจัดการไฟ การประสานงานและหาจุดสมดุลร่วมกัน เพื่อที่จะให้ปริมาณของฝุ่นที่เกิดจากการบริหารจัดการเผาไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานค่าคุณภาพอากาศที่กรมควบคุมมลพิษกำหนดไว้และไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนโดยรวม

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดได้ประกาศห้ามเผาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 และเตรียมความพร้อมทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร เครื่องมือ เครื่องจักรและอากาศยานสนับสนุนการปฏิบัติการ ขณะนี้กำลังเข้าสู่ช่วงเผชิญเหตุ แม้สถิติจุดความร้อนและคุณภาพอากาศยังดีกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี แต่จากข้อมูลสภาพอากาศที่คาดว่าฝนน้อยและมีความแห้งแล้งสูง จึงต้องยกระดับมาตรการเชิงรุก โดยเฉพาะพื้นที่โซนใต้ 8 อำเภอ ซึ่งคิดเป็น 65% ของไฟทั้งหมด ต้องทำให้จำนวนไฟลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมา พร้อมกำชับการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการได้สิทธิ–เสียสิทธิประโยชน์ด้านการทำกินและการสนับสนุนจากภาครัฐ กรณีไฟป่านอกฤดูในพื้นที่อำเภอแม่ออน ได้ใช้อากาศยานเข้าควบคุมสถานการณ์เรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันเริ่มพบไฟในอำเภอเชียงดาวและอำเภอสันทราย ส่วนสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษอยู่ในอำเภอดอยเต่าและบริเวณอุทยานแห่งชาติออบหลวง ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ มีใบไม้แห้งสะสมจำนวนมาก ทำให้เชื้อเพลิงสูงและเสี่ยงลุกลามง่าย จังหวัดเชียงใหม่ยืนยันเดินหน้าบูรณาการทุกภาคส่วนควบคุมค่า PM2.5 ไม่ให้เกินมาตรฐานกรมควบคุมมลพิษและลดจำนวนไฟป่าให้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในปี 2569 นี้
ด้าน นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี 2569 สถานการณ์ยังไม่รุนแรง แต่ช่วง 1–2 สัปดาห์ที่ผ่านมาไฟเริ่มขยายเข้าสู่โซนใต้ จากเดิมที่เกิดในจังหวัดตากและลำพูน ปัจจุบันพื้นที่น่ากังวลคืออำเภอดอยเต่าและพื้นที่อุทยานแห่งชาติออบหลวง จึงเพิ่มความเข้มงวดลาดตระเวน ปิดป่าในบางจุด และกำหนดให้ผู้เข้าป่าลงทะเบียน พร้อมปรับแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงแบบแปลงขนาดเล็กในพื้นที่ไฟไหม้ซ้ำซาก ยึดหลักวิชาการตามมติคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ที่ผ่านมา การบริหารจัดการเชื้อเพลิงทำได้ไม่เกิน 3% ของแผน เนื่องจากข้อจำกัดด้านสภาพอากาศและผลกระทบต่อประชาชน พร้อมเดินหน้าทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) บริหารจัดการกลุ่มป่าร่วมกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 ในพื้นที่กลุ่มป่าเขื่อนภูมิพล เพื่อแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการไร้รอยต่อ
อำเภอฮอดกำหนด 25 หมู่บ้านใน 5 ตำบล เป็นพื้นที่ “เรดโซน” จากทั้งหมด 61 หมู่บ้าน พร้อมจัดทำประชาคมกำหนดกติกาหมู่บ้าน กำหนดบทลงโทษปรับเงินผู้ลักลอบเผา และให้รางวัลนำจับ 500 บาท บางหมู่บ้านให้รางวัล 1,500 บาท และปรับสูงสุด 5,000 บาท หากกระทำผิดซ้ำครั้งที่สองจะส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยสถิติปี 2567 พบจุดความร้อนกว่า 1,300 จุด ปี 2568 ลดลงเหลือกว่า 700 จุด ลดลง 43% และปี 2569 ขณะนี้สถิติไฟป่าในพื้นที่อำเภอฮอดยังเป็นศูนย์
ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือรายงานการคาดการณ์สภาพอากาศช่วงเดือนมกราคม–พฤษภาคม 2569 โดยภาพรวมปริมาณฝนมีแนวโน้มต่ำกว่าค่าปกติหลายเดือน โดยเฉพาะเดือนมีนาคม–พฤษภาคม ซึ่งอาจส่งผลให้ความแห้งแล้งสะสมเพิ่มขึ้น เดือนมกราคมค่าปกติ 11.3 มม. คาดการณ์ 10–20 มม. ใกล้เคียงหรือสูงกว่าปกติเล็กน้อย เดือนกุมภาพันธ์ค่าปกติ 9 มม. คาดการณ์ต่ำกว่า 10 มม. ใกล้เคียงค่าปกติ เดือนมีนาคมค่าปกติ 20 มม. คาดการณ์ 5–15 มม. ต่ำกว่าปกติ เดือนเมษายนค่าปกติ 54.3 มม. คาดการณ์ 30–40 มม. ต่ำกว่าปกติเล็กน้อย และเดือนพฤษภาคมค่าปกติ 167.5 มม. คาดการณ์ 120–150 มม. ต่ำกว่าปกติอย่างชัดเจน สะท้อนแนวโน้มฝนน้อยกว่าปีก่อน ส่งผลต่อการระบายอากาศและความเสี่ยงไฟป่า.