เชียงใหม่ประกาศพื้นที่ประสบภัยฝุ่น pm2.5 แล้ว 2 อำเภอตามพิกัด รอประกาศอีกหลายพื้นที่เพื่อเร่งดูแลสุขภาพ ปชช.และเร่งแก้ปัญหาทุกรูปแบบ

เชียงใหม่ประกาศพื้นที่ประสบภัยไฟป่า 2 อำเภอ “สะเมิง-ฮอด” เร่งระดมความช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ยกระดับมาตรการเผชิญเหตุไฟป่าช่วยบรรเทาผลกระทบทุกช่องทางหลังสถานการณ์หนักตลอดสัปดาห์ รอต่อประกาศอีกหลายพื้นที่ รองนายกฯ-รมว.ทส.ย้ำใช้ทุกแนวทางระดมแก้ให้รอบด้าน

เชียงใหม่ 31 มี.ค. – นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เผยว่า จากสถานการณ์ปัญหาไฟป่า หมอกควัน pm2.5 ในภาคเหนือและเชียงใหม่มีความรุนแรงตลอดสัปดาห์ตั้งแต่ 23-31 มี.ค. ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานหลานวันและเข้าเกณฑ์การประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ วันนี้จังหวัดเชียงใหม่เห็นชอบให้ออกประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยและเขตให้ความช่วยเหลือใน 2 อำเภอสำคัญ เพื่อเร่งรัดกระบวนการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไฟป่าลุกลามที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินในวงกว้าง


​สำหรับการดำเนินการในครั้งนี้ได้จำแนกประเภทการประกาศตามลักษณะความจำเป็นของพื้นที่ โดยในส่วนของ อำเภอสะเมิง ได้มีการประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย (ไฟป่า) ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสะเมิงใต้ ตำบลแม่สาบ ตำบลสะเมิงเหนือ และตำบลยั้งเมิน เพื่อให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการเข้าควบคุมสถานการณ์และบริหารจัดการพื้นที่ภัยพิบัติได้อย่างเต็มรูปแบบ
​ขณะที่ในส่วนของ อำเภอฮอด ได้มีการประกาศให้เป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหางดง ตำบลบ้านตาล ตำบลนาคอเรือ ตำบลฮอด ตำบลบ่อหลวง และตำบลบ่อสลี ซึ่งประกาศฉบับนี้จะเน้นไปที่การอนุมัติใช้เงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลัง เพื่อให้สามารถจ่ายเงินชดเชยเยียวยา และจัดหาถุงยังชีพรวมถึงอุปกรณ์บรรเทาทุกข์ส่งตรงถึงมือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว


​ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ได้กำชับให้หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายอย่างละเอียดและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบในทันที พร้อมทั้งสั่งการให้มีการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ไฟป่าและจุดความร้อนอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงสู่ภาวะปกติ โดยยังมีอีกหลายพื้นที่กำลังพิจารณาประกาศ เช่น ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว เป็นต้น


วันเดียวกันนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ยังคงติดตามสถานการณ์ให้นโยบายกับหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่เชียงใหม่ก็ได้กล่าวถึงประเด็นการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติว่า เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แม้จะช่วยให้รัฐจัดการงบประมาณและกำลังได้เร็วขึ้น แต่เสี่ยงกระทบท่องเที่ยว ทำต่างชาติยกเลิกทริป กระทบเศรษฐกิจในวงกว้าง จึงต้องประกาศเฉพาะจุดที่วิกฤตจริงๆ เพื่อลดผลกระทบภาพรวมในการดูแลผลกระทบต่อประชาชน พร้อมย้ำให้การดำเนินการต้องรักษาสมดุลระหว่างการแก้ปัญหากับเศรษฐกิจและอื่นๆ อย่างรอบด้าน เวลานี้สถานการณ์วิกฤตจากสาเหตุการเผาที่เกิดขึ้นทั้งในและต่างประเทศต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะการดูแลในแต่ละพื้นที่ไม่ให้เพิ่มวิกฤต ต้องระดมทุกแนวทางเวลานี้.