ปลัดมหาดไทย “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ติดตามสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันเชียงใหม่-ภาคเหนือต่อเนื่อง ลงพื้นที่ถกร่วมฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท้องถิ่น ย้ำ “ห้ามมีจุดความร้อนเพิ่มขึ้น” เร่งสร้างการรับรู้ขอความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดผลสัมฤทธิ์มากที่สุด ภาพรวมเริ่มลดแต่ไม่วางใจ
เชียงใหม่ 2 เม.ย.- ที่โรงเรียนบ้านโปง ต.โปงทุ่ง อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และคณะ ลงพื้นที่ประชุมติดตามและบริหารสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในพื้นที่อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่พบจุดความร้อน (Hotspot) มากที่สุดเมื่อช่วงเวลา 02.00 น. ของวันนี้ ตามรายงานดาวเทียม Gistda โดยมี นายมนัส ชมภูพื้น นายอำเภอดอยเต่า พร้อมปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มบริหารงานปกครอง ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นายก อบต.โปงทุ่ง และคณะบริหาร พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมประชุมประเมินสถานการณ์
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จากการรายงานข้อมูลดาวเทียมจิสด้าวันนี้ พบว่า ดอยเต่ามีจุดความร้อนมากที่สุดของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีปริมาณใกล้เคียงกับอำเภอแม่แตง แต่เมื่อตรวจสอบจำนวนจุดความร้อนถึงในระดับตำบล พบว่า พื้นที่ตำบลโปงทุ่ง เป็นพื้นที่ที่มีจุดความร้อนถึง 16 จุด ซึ่งมากที่สุด และแม้ว่าในภาพรวมสถานการณ์จะดีขึ้นจากพบจุดความร้อนวันละกว่า 1,000 จุด เหลือแค่หลัก 100 จุด แต่หากยังเกิดสถานการณ์พื้นที่เล็ก ๆ ก็อาจจะส่งผลทำให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงกลับมาอีกครั้ง จึงต้องหาแนวทางในการป้องกันและแก้ไข ซึ่งพื้นที่อำเภอดอยเต่ามีสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่สูง ต้องหาสาเหตุว่าทำไมมันถึงเกิดไฟไหม้ป่าในพื้นที่สูงได้
ปลัดกระทรวงมหาดไทยย้ำว่า วันนี้สิ่งเดียวที่ต้องรักษาไว้ นั่นคือ จุดความร้อนต้องไม่เพิ่ม ด้วยการใช้กลไกชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) สอดส่องดูแลผู้ที่เข้าไปในพื้นที่ป่า ถ้าหากเข้าไปแล้วเกิดจุดความร้อนเพิ่ม ก็ต้องรับผิดชอบ ในเวลานี้ไม่ใช่จะเป็นหน้าที่ของคนใดคนหนึ่งหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทุกคนทุกภาคส่วนต้องช่วยกันในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่รัฐ ภายใต้การนำของท่านนายอำเภอ ทุกคนมีหน้าที่คู่กับความรับผิดชอบ จะหนีความรับผิดชอบไม่ได้ ทุกคนต้องช่วยกันสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนให้ร่วมมือต้องทำทุกวิถีทางหยุดการเกิดจุดความร้อนให้ได้ ขณะเดียวกันจากรายงานพบว่า มีผู้ติดยาเสพติดลักลอบจุดไฟทำให้เกิดจุดความร้อนในพื้นที่ ก็ต้องใช้กลไกในพื้นที่นำตัวผู้กระทำผิดเข้ารับการบำบัดและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด หากผู้ติดยาเสพติดนั้นเป็นประชาชนในท้องที่อำเภออื่น ก็ต้องบูรณาการร่วมกับอำเภอนั้น ๆ ในการแก้ไขปัญหา
พื้นที่อำเภอดอยเต่าพบว่า ได้เกิดจุดความร้อน (Hotspot) ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วง 5-6 วันที่ผ่านมา ด้วยสภาพพื้นที่เป็นพื้นที่ป่ามากกว่า 1.7 แสนไร่ โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลโปงทุ่ง สภาพปัญหาที่จุดความร้อนขึ้นในจุดที่เป็นภูเขาสูงชัน ทำให้ไม่สามารถใช้กำลังพลภาคพื้นเข้าไปยังพื้นที่ที่เกิดจุดความร้อนได้ จึงรับการสนับสนุนอากาศยานมาปฏิบัติภารกิจ แต่ด้วยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เกิดจุดความร้อนในหลายพื้นที่ ประกอบกับจำนวนอากาศยานไม่เพียงพอทำให้อากาศยานปฏิบัติภารกิจได้ไม่เต็มศักยภาพ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ที่ทำการปกครองอำเภอดอยเต่า ได้บูรณาการทุกภาคส่วนในพื้นที่จัดทำแนวกันไฟบริเวณพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อป้องกันไฟลุกลามเข้าพื้นที่ และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดจุดความร้อนเพิ่มเติม
หลังจากนั้นช่วงบ่ายคณะของปลัดกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ก็ลงพื้นที่อำเภอแม่แตงอีกพื้นที่ 1 ที่มีจุดความร้อนสูงเพื่อเร่งระดมมาตรการแก้ไขโดยเฉพาะการหาสาเหตุรวมถึงหยุดจุด hotspot ที่จะเพิ่มขึ้น.











