นายกสภา มทร.ล้านนา “สมชาย วงศ์สวัสดิ์”ส่งมอบนวัตกรรม “VV2G Bidirectional Charger” ยกระดับเทคโนโลยีพลังงานสะอาด สู่อนาคตระบบนิเวศ EV ไทย หนุนเชียงใหม่สู่เมืองยานยนต์ไฟฟ้า
เชียงใหม่ 13 พ.ค.- ที่เรือนลลิตา สวนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) ล้านนา เดินหน้าขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานแห่งอนาคต ส่งมอบ “นวัตกรรมเครื่องชาร์จไฟฟ้ากระแสตรงแบบสองทิศทาง (DC V2G Bidirectional Charger)” เทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถเปลี่ยนบทบาทของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จากผู้ใช้พลังงาน ให้กลายเป็นแหล่งจ่ายพลังงานกลับคืนสู่ระบบไฟฟ้า(Vehicle-to-Grid : V2G) และระบบอาคารอัจฉริยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับกับการพัฒนาระบบพลังงานอัจฉริยะและการบริหารจัดการพลังงานอย่างยั่งยืนในอนาคตโดยมี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกสภา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เป็นประธาน พร้อมด้วยนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ ผู้แทนหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.)
ทั้งนี้นวัตกรรมเครื่องชาร์จไฟฟ้ากระแสตรงแบบสองทิศทาง (DC V2G Bidirectional Charger) เป็นผลงานการพัฒนาโดย ผศ.ดร.นพพร พัชรประกิติ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะ ได้รับสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่าง มทร.ล้านนา บริษัท เอเอส เอ็นเทค จำกัด (DSE) และ KBM Technologies ในรูปแบบ Consortium Project เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและสร้างระบบนิเวศด้านยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ โดยตัวเครื่องได้รับการออกแบบในรูปแบบตู้แร็กมาตรฐาน 19 นิ้ว พร้อมระบบจัดเก็บสายชาร์จและจุดทดสอบสัญญาณ CP/PP สำหรับการวิเคราะห์เชิงลึก ช่วยยกระดับการเรียนรู้และการวิจัยด้าน EV ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
โดยในโอกาสนี้ ได้มีพิธีลงนาม Licensing Agreement : มอบสิทธิ์เทคโนโลยี VV2G Bidirectional Charger ให้แก่บริษัท เอเอส เอ็นเทค จำกัด โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุภาวดี ศรีแย้มรองอธิการบดี ฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม และพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่าง ระหว่าง บพท. มทร.ล้านนา อบจ.เชียงใหม่ และเครือข่ายผู้ประกอบการ EV
ผศ.ดร.นพพร หัวหน้าโครงการวิจัยกล่าวว่า นวัตกรรมดังกล่าวเป็นผลลัพธ์จากการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี โดยเริ่มต้นจากการพัฒนาระบบชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Charging) ก่อนต่อยอดสู่ระบบจัดการแบตเตอรี่ภายในบ้าน(Home Battery Management System) และประสบความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องชาร์จ V2G ขนาด 30 กิโลวัตต์ จนพัฒนาเป็นต้นแบบเทคโนโลยีปัจจุบันที่มีศักยภาพสูง รองรับการใช้งานทั้งด้านอุตสาหกรรม การศึกษา และการวิจัยและพัฒนา (R&D) ด้านสมรรถนะทางเทคนิค เครื่องชาร์จดังกล่าวรองรับการทำงานแบบสองทิศทาง ทั้งการจ่ายพลังงานจากโครงข่ายสู่รถยนต์ (Grid-to-Vehicle : G2V) และจากรถยนต์กลับคืนสู่ระบบไฟฟ้า (Vehicle-to-Grid : V2G) โดยใช้ระบบแปลงพลังงาน DCDC และ DCAC ที่มีความซับซ้อนสูง เพื่อบริหารจัดการการไหลของพลังงานและรักษาเสถียรภาพทางไฟฟ้าอย่างแม่นยำ สามารถรองรับแรงดันไฟฟ้าสูงสุด 500 VDC และกำลังไฟสูงสุดถึง 60 กิโลวัตต์ ผ่านโมดูลจำนวน 4 ชุด รองรับระบบไฟฟ้า 3 เฟส 230–400 VAC พร้อมหัวชาร์จมาตรฐาน CCS Type 2 และ Type 2 ตามมาตรฐาน IEC 62196-2
ในส่วนของระบบความปลอดภัยมีการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันขั้นสูง เช่น Insulation Monitoring Device (IMD) สำหรับตรวจสอบค่าฉนวน ระบบป้องกันไฟกระชาก (SPD) และอุปกรณ์ตัดไฟอัตโนมัติ RCD Type B เพื่อป้องกันกระแสรั่ว รวมถึงฟังก์ชัน Auto-Recharging ที่ช่วยให้ระบบสามารถกลับมาทำงานได้อัตโนมัติเมื่อเกิดข้อผิดพลาดบางประการ เพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้งาน การส่งมอบนวัตกรรมครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ล้านนา ในการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และกำลังคนด้านยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตพลังงานอัจฉริยะอย่างยั่งยืน
การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแสดงผลสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรมด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่พร้อมนำไปใช้งานจริง รวมถึงสะท้อนความสำเร็จในการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากภาคการศึกษาสู่ภาคธุรกิจ เพื่อผลักดันอุตสาหกรรม EV ในระดับท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภายในงานมีการเสวนาและบรรยายในหลากหลายหัวข้อสำคัญ อาทิ “ปลดล็อกงานวิจัยสู่ตลาด : กลไกการสร้าง Spin-off และ Startup EV ท้องถิ่น” การนำเสนอนโยบาย “การใช้รถสาธารณะ EV Bus ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่” รวมถึงหัวข้อ “Lanna EV Localization Co-creation and Synergy : จาก COP สู่ SE อย่างยั่งยืน” นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการนวัตกรรมด้าน EV จากหน่วยงานและเครือข่ายผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง.










