มช. ผนึกกำลัง สสส. ขสย. สคล.ภาคเหนือตอนล่าง จัดกิจกรรม “CMU Zero Tolerance” รับน้องรถไฟ 2569 รณรงค์ “สถานี-ขบวนรถ ปลอดเหล้า” พร้อมเตือนภัยร้ายบุหรี่ไฟฟ้า
เชียงใหม่ 7 มิ.ย.- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.), เครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคเหนือตอนล่างและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรมรณรงค์ครั้งใหญ่ภายใต้โครงการ “CMU Zero Tolerance : ใครไม่แคร์ เราแคร์” เพื่อต้อนรับนักศึกษาใหม่ “ลูกช้างรุ่น 69” ในกิจกรรมรับน้องรถไฟประจำปี 2569 มุ่งเน้นการสร้างรั้วมหาวิทยาลัยที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงทุกรูปแบบ มีการคุมเข้มสถานีและขบวนรถไฟ ห้ามขาย ห้ามดื่ม ในกิจกรรมครั้งนี้ ภาคีเครือข่ายได้เน้นย้ำข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งระบุชัดเจนว่า ห้ามขายและห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณสถานีรถไฟ และในขบวนรถที่อยู่บนทางรถไฟโดยเด็ดขาด, เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของนักศึกษาและประชาชนทั่วไป หากผู้ใดฝ่าฝืนมีบทลงโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, นอกจากนี้ พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับ 2) พ.ศ. 2568 ยังมีการปรับเพิ่มโทษผู้ที่ขายแอลกอฮอล์ให้แก่บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี เป็น 5 เท่า เพื่อยกระดับการคุ้มครองเยาวชน
ขณะเดียวกันยังได้ร่วมกันย้ำอันตรายบุหรี่ไฟฟ้าภัยร้ายทำลายสมองวัยรุ่น อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ ซึ่งกำลังเป็นภัยเงียบที่ระบาดในกลุ่มเยาวชน โดยกิจกรรมได้ให้ข้อมูลความรอบรู้ทางสุขภาพว่า บุหรี่ไฟฟ้า 1 แท่ง มีปริมาณนิโคตินสูงเทียบเท่าบุหรี่ทั่วไปถึง 20 มวน, สารนิโคตินนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบประสาทและสมอง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี ซึ่งสมองยังอยู่ในช่วงพัฒนา อาจส่งผลให้ความจำสั้นลง เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคปอดอักเสบเฉียบพลัน (EVALI)
ทั้งนี้บุหรี่ไฟฟ้ายังเป็นสินค้าต้องห้ามในประเทศไทย ผู้ครอบครองมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับ 4 เท่าของราคาสินค้า ส่วนผู้ขายมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท
ภาคีเครือข่ายร่วมกันสร้างวัฒนธรรมใหม่ “ใครไม่แคร์ เราแคร์” ส่วนหนึ่งระหว่างเส้นทางรับน้องรถไฟของ มช. โดยกิจกรรมที่สถานีรถไฟพิษณุโลกครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เน้นการบังคับใช้กฎหมาย แต่ยังเน้นการออกแบบกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อ “ช่วงชิงเวลา” ของเยาวชนออกจากพื้นที่เสี่ยง, โดยส่งเสริมให้ลูกช้างรุ่นใหม่ค้นพบความชอบ (Passion) ผ่านกีฬา ดนตรี และงานอาสาสมัคร เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด (EF) และคุณค่าในตนเอง ทั้งนี้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และภาคีเครือข่ายเชื่อมั่นว่า การเริ่มต้นชีวิตนักศึกษาด้วยความรอบรู้ทางกฎหมายและตระหนักถึงสุขภาพ จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสังคมมหาวิทยาลัยที่สร้างสรรค์และปลอดภัยอย่างยั่งยืน.








