ชลประทานที่ 1 ประเมินสถานการณ์น้ำดีกว่าปี 65 สั่งเตรียมรับมือพายุ’ตาลิม’รวมทั้งภาพรวมตลอดฤดูฝน จัดการภาวะฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ
เชียงใหม่ 17 ก.ค.- นายสุดชาย พรหมมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 (ผส.ขป. 1) พร้อมด้วย ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เชียงใหม่และลำพูน หน่วยเครื่องจักรกล และศูนย์อุทกวิทยาภาคเหนือ ร่วมประชุมทางไกล คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน ซึ่งมี นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา กรมชลประทาน เป็นประธานการประชุม ใในที่ประชุมสำนักงานชลประทานที่ 1 รานงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ว่า ปัจจุบันเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 2 แห่ง เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล มีปริมาณน้ำ 172.258 ล้าน ลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 65.00% เขื่อนแม่กวงอุดมธารา มีปริมาณน้ำ 152.064 ล้าน ลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 57.82% ซึ่งทั้ง 2 เขื่อนมีน้ำมากกว่าปี 2565 ราว 17% ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็กมีปริมาณน้ำถึง 62% และ 54% ตามลำดับ ทั้งนี้อ่างเก็บน้ำขนาดกลางในเชียงใหม่ มีปริมาณน้ำมากกว่าปี 2565 ราว 6% อ่างเก็บน้ำขนาดกลางในพื้นที่ จ.ลำพูน มีปริมาณน้ำมากกว่าปี 2565 ราว 24% ส่วนในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน อ่าง 2 แห่ง ปริมาณน้ำน้อยกว่าปี 2565 ราว 6% ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก 190 แห่ง ปี 2566 มีปริมาณน้ำน้อยกว่าปี 2565 เท่ากับ 1.663 ล้าน ลบ.ม. หรือน้อยกว่า 2% สำหรับฝายแม่แตง มีปริมาณน้ำไหลผ่านฝาย 7.454 ลูกบาศก์เมตร/ วินาที สำหรับแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 2565/ 66 วางแผนไว้ 522,983 ไร่ ดำเนินการแล้ว 285,342 ไร่ คิดเป็น 55% ด้านการบริหารจัดการน้ำปริมาณน้ำท่าเพียงพอสำหรับส่งน้ำให้กับภาคเกษตรและการผลิตประปา ภาพรวมสถานการณ์น้ำของสำนักงานชลประทานที่ 1 อยู่ในภาวะปกติ
ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 ได้กำชับให้เตรียมพร้อมรับมือพายุโซนร้อน “ตาลิม” (TALIM) ในระหว่างวันที่ 17 – 20 กรกฎาคมนี้ ที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ โดยเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมปฏิบัติตามแนวทางการบริหารจัดการน้ำหลาก ด้วยการกำหนดพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ในพื้นที่ให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมอย่างเคร่งครัด พร้อมตรวจสอบอาคารและระบบชลประทานให้มีความพร้อมรองรับสถานการณ์น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้อยู่ในพื้นที่และพร้อมใช้งานตลอดเวลา สำหรับพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมประจำให้เตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำพร้อมระบายน้ำได้อย่างทันท่วงทีนอกจากนี้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานบูรณาการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมการรับมือและการเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันต่อเหตุการณ์.











