แบงค์ชาติเหนือแถลงภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 2 ปี’66 และคาดการณ์ไตรมาส 3 ยังขยายตัวต่อ แต่ห่วงปัจจัยการเมืองล่าช้า-ภาวะเอลนีโญ

แบงก์ชาติเหนือแถลงภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 2 และแนวโน้มไตรมาส 3 ยังเป็นขาขึ้นตามทิศทางประเทศ ท่องเที่ยวยังจุดแข็ง รายได้เกษตรกรต่อแต่ระวังเอลนิโญ จับตาอินเดียงดส่งออกข้าวราคาอาจพุ่ง การเมืองยืดเยื้อเป็นผลต่อความเชื่อมั่น

เชียงใหม่ 3 ส.ค.- ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ สรุปภาวะเศรษฐกิจภาคเหนือไตรมาส 2 และแนวโน้มไตรมาส 3 ปี 2566ไตรมาส 2 ปี 2566 โดย นางพรวิภา ตั้งเจริญมั่นคง ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานภาคเหนือ เผยว่า เศษฐกิจภาคเหนือมีทิศทางเหมือนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีการปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อน รายได้เกษตรกรขยายตัวจากด้านผลผลิตเป็นสำคัญ ขณะที่ราคายังอยู่ในระดับสูง ทั้งข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลังและผลไม้ ผลผลิตอุตสาหกรรมปรับดีขึ้นตามการผลิตในหมวดอาหาร เครื่องดื่ม และชิ้นส่วนยานยนต์ ด้านการท่องเที่ยวจุดแข็งสำคัญปรับตัวดีขึ้นโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งตลาดแรงงานปรับตีขึ้นต่อเนื่อง ช่วยให้การบริโภคและการลงทุนปรับดีขึ้น ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปสัญญาณดีปรับลดลงจากไตรมาสก่อน จากหมวดอาหารสดและหมวดพลังงาน เช่นเดียวกับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ปรับลดลงทั้งนี้แนวโน้มไตรมาส 3 ปี 2566 คาดว่าอยู่ในทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่อง กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยปรับดีขึ้น นักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปัจจัยน่าติดตามคือการงดส่งออกข้าวของอินเดียอาจทำให้ตลาดราคาข้าวพุ่งสูงเป็นผลดีกับเกษตรกร ผลผลิตอุตสาหกรรมขยายตัวตามความต้องการของประเทศคู่ค้า ส่งผลให้ตลาดแรงงานยังมีทิศทางดี อย่างไรก็ตามรายได้เกษตรกรที่ชะลอลงด้านอื่นและรายได้นอกภาคเกษตรที่ฟื้นตัวช้า รวมทั้งค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง เป็นปัจจัยกดดันการบริโภคและการลงทุนประเด็นที่ต้องติดตามสำคัญ เรื่องความเสี่ยงจากปริมาณฝนที่ลดลงจากภาวะเอลนิโญจะกระทบภาคเกษตรโดยตรง การฟื้นตัวของอุปสงค์ต่างประเทศ เรื่องความเชื่อมั่นที่อาจถูกกระทบจากสถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อตามข้อกังวลทุกฝ่าย รวมทั้งภัยทางการเงินที่มีทุกรูปแบบ

โดยภาพรวมภาวะเศรษฐกิจภาคเหนือไตรมาส 2/2566 ปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อน จากรายได้เกษตรกร ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวทำให้การจ้างงานทยอยปรับดีขึ้น เป็นปัจจัยสนับสนุนการบริโภคและการลงทุน รายได้เกษตรกรขยายตัว ทั้งด้านผลผลิตโดยเฉพาะข้าวนาปรังที่เพิ่มขึ้นมาก รวมถึงราคาสินค้าเกษตรยังอยู่ในระดับสูง ด้านผลผลิตอุตสาหกรรมปรับดีขึ้นตามการผลิตหมวดอาหาร เครื่องดื่ม และชิ้นส่วนยานยนต์ ภาคท่องเที่ยวฟื้นตัว จากนักท่องเที่ยวไทยในช่วงวันหยุดยาวต้นไตรมาส และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นส่งผลให้ตลาดแรงงานปรับดีขึ้น สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนมาตรา 33 ในระบบประกันสังคมเพิ่มขึ้น จำนวนผู้ขอสิทธิว่างงานปรับลดลง และรายได้ลูกจ้างนอกภาคเกษตรทยอยฟื้นตัว เป็นปัจจัยสนับสนุนให้การบริโภคภาคเอกชนปรับดีขึ้น ทั้งในหมวดสินค้าหมวดอุปโภคบริโภค สินค้ากึ่งคงทน และหมวดบริการ เช่นเดียวกับการลงทุนภาคเอกชนขยายตัว ตามการนำเข้าสินค้าทุนเพื่อการผลิต โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และยอดจำหน่ายจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายภาครัฐกลับมาหดตัว ตามการเบิกจ่ายที่ลดลงทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนหลังเร่งไปในไตรมาสก่อน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงไตรมาสก่อน จากหมวดพลังงานและอาหารสด ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานลดลงจากหมวดอาหารและเครื่องดื่ม
แนวโน้มเศรษฐกิจภาคเหนือไตรมาส 3/2566 คาดว่าอยู่ในทิศทางฟื้นตัว ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยปรับดีขึ้น นักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ผลผลิตอุตสาหกรรมขยายตัวตามความต้องการของประเทศคู่ค้า ส่งผลให้ตลาดแรงงานยังมีทิศทางดี อย่างไรก็ตาม รายได้เกษตรกรที่ชะลอลงและรายได้นอกภาคเกษตรที่ฟื้นตัวช้า รวมทั้งค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง เป็นปัจจัยกดดันการบริโภคและการลงทุน นอกจากนี้ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากปริมาณฝนที่ลดลงจากภาวะเอลนีโญ ทิศทางการฟื้นตัวของอุปสงค์ต่างประเทศ และความเชื่อมั่นที่อาจถูกกระทบจากสถานการณ์การเมือง
ธปท. ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา ธปท. ได้ปรับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ แม้เศรษฐกิจฟื้นตัวชัดเจนขึ้น แต่ยังมีลูกหนี้บางกลุ่มที่รายได้ฟื้นตัวช้า จึงปิดจบหนี้ไม่ได้ ธปท. จึงจะออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ให้ตรงจุดและยั่งยืนขึ้น โดยมาตรการที่จะบังคับใช้ก่อน คือ หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (responsible lending)
เพื่อปรับพฤติกรรมเจ้าหนี้และลูกหนี้ ผ่านการยกระดับมาตรฐานกระบวนการให้สินเชื่อตลอดวงจรหนี้ นอกจากนี้ อีกส่วนหนึ่งของเกณฑ์ responsible lending คือ การกำหนดแนวทางให้เจ้าหนี้ช่วยเหลือลูกหนี้เรื้อรัง (persistent debt) หรือกลุ่มที่ยังจ่ายหนี้ได้ตามปกติ แต่ปิดจบหนี้ไม่ได้ เพื่อให้ลูกหนี้กลุ่มนี้สามารถปิดจบหนี้ได้เร็วขึ้น และมีเงินเหลือพอดำรงชีพ โดย ธปท. จะออก consultation paper ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ และจะบังคับใช้เกณฑ์ responsible lending และ persistent debt ในวันที่ 1 มกราคม 2567 และ 1 เมษายน 2567 ตามลำดับ อย่างไรก็ดี การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคส่วนอื่น เพื่อขยายผลไปยังอีก 30% ของหนี้ครัวเรือนที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับของ ธปท. ด้วย
สำหรับมาตรการจัดการภัยทุจริตทางการเงินที่ออกมา เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2566 เพื่อเป็นแนวปฏิบัติขั้นต่ำให้สถาบันการเงินทุกแห่งปฏิบัติตามเป็นมาตรฐานเดียวกันในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากการทำธุรกรรมทางการเงินนั้น ธปท. ได้ติดตามให้สถาบันการเงินทุกแห่งได้ดำเนินการเป็นไปตามแผน และ ธปท. ขอฝากข้อแนะนำสำหรับประชาชนเพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ขอให้ประชาชนให้ความสำคัญกับการป้องกันภัย
ทางการเงิน คอยติดตามภัยในรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อให้เท่าทันอยู่เสมอ แต่ถ้าท่านใดที่ตกเป็นเหยื่อการหลอกลวง
จากมิจฉาชีพแล้ว ต้องตั้งสติและหยุดการติดต่อกับมิจฉาชีพทันที จากนั้นให้รีบติดต่อสถาบันการเงินที่ใช้บริการทันที ผ่านช่องทาง call center (24 ชั่วโมง) หรือสาขา (ในเวลาทำการ) และแจ้งความอย่างรวดเร็วภายใน 72 ชั่วโมง ผ่านเว็บไซต์ Thaipoliceonline.com ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่สถานีตำรวจ นอกจากนี้ ธปท. ขอเตือนภัยการเงินที่มาในรูปแบบของมิจฉาชีพสร้างเพจปลอมแอบอ้างผู้บริหารของ ธปท. หรือหน่วยงานภาครัฐในการปล่อยกู้หรือชักชวนลงทุน.