เจ้าหน้าที่ ปทส.สนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ่อดิน อ.สันทราย พบใช้แรงงานต่างด้าวผิดประเภท พบอาวุธปืนเถื่อน กิจการทำผิดระเบียบอยู่ระหว่างแก้ไขด้วย

ตำรวจ ปทส.สนธิกำลังเกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นบ่อดิน อ.สันทราย หลังชาวบ้านร้องเรียนสร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชน พบใช้แรงงานต่างด้าวทำงานผิดประเภท พร้อมยึดอาวุธปืนเถื่อนด้วย

เชียงใหม่ 14 มี.ค.- เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำหมายค้นของศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจค้นสถานประกอบกิจการบ่อดิน ย่าน ต.ป่าไผ่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ สืบเนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนทางไปรษณีย์จากผู้หวังดีต่อทางราชการ (ขอปกปิดนาม) ระบุว่า ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากกิจการบ่อขุดดิน ซึ่งมีรถบรรทุกหิน ดิน และทราย วิ่งเข้าออกจำนวนมากทุกวัน บางคันไม่คลุมผ้าทำให้เกิดฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย ดินหินร่วงตกถนน ขณะใช้เครื่องจักรตักดินก็ส่งเสียงดังรบกวนชุมชนอย่างต่อเนื่อง ผู้ร้องเรียนยังระบุว่า แม้จะมีการแจ้งหน่วยงานในพื้นที่แล้ว แต่ไม่พบการเข้าดำเนินการแก้ไข จึงขอให้ตำรวจจากส่วนกลางเข้าตรวจสอบ
จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบว่า พื้นที่ภายในเป็นบ่อขุดดินลึกประมาณ 30 เมตร มีน้ำขังบางส่วนและร่องรอยการใช้เครื่องจักร โดยพบ รถแบคโฮ 1 คัน กำลังขุดเจาะชั้นหินแข็งกลางบ่อ รถแบคโฮ 2 คัน และรถเจาะกระแทกอีก 2 คัน จอดอยู่บริเวณคันดินปากบ่อ และอาคารซ่อมบำรุงเครื่องจักร ระหว่างตรวจค้นพบ นายอ่อง สัญชาติเมียนมา แสดงตัวเป็นผู้ดูแลประจำสถานประกอบกิจการและเป็นผู้นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นพื้นที่
ระหว่างการตรวจค้นที่ห้องพักของนายอ่อง เจ้าหน้าที่พบ อาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องครัว ขณะที่บริเวณโรงเรือนซ่อมบำรุงพบ ปืนยาวอัดลมพร้อมกระสุน อีก 1 กระบอก โดยนายอ่องให้การยอมรับว่า ปืนดังกล่าวเป็นของตน เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย อีกทั้งนายอ่องยังรับว่า ในวันปกติทำหน้าที่ ขับรถแบคโฮและซ่อมเชื่อมเครื่องจักร ซึ่งถือเป็นงานช่างฝีมือที่อยู่นอกเหนือจากประเภทงานที่แรงงานต่างด้าวได้รับอนุญาต

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงเครื่องจักรทำงานจากก้นบ่อดิน จึงลงไปตรวจสอบพบ นายคุณหม่อง แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาอีกราย กำลังควบคุมเครื่องจักรเจาะกระแทกดินยี่ห้อซูมิโตโม่ ทำงานอยู่ภายในบ่อ จากการตรวจสอบเอกสารพบว่า นายคุณหม่องได้รับอนุญาตให้ทำงานในตำแหน่ง กรรมกร แต่กลับทำหน้าที่ ควบคุมเครื่องจักรกลหนัก ซึ่งถือเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทางและต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัย ทำให้เข้าข่าย ทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงดำเนินคดีกับแรงงานต่างด้าวทั้งสองคน ฐาน ทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 พร้อมแจ้งความผิดนายจ้างฐาน ให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากสิทธิ ซึ่งมีโทษปรับ 10,000 – 100,000 บาท ต่อแรงงานหนึ่งคน นอกจากนี้จากการตรวจสอบเครื่องจักรภายในพื้นที่พบว่า มีรถแบคโฮและรถเจาะกระแทกรวม 5 คัน ซึ่งอาจทำให้กำลังเครื่องจักรรวมเกินกว่า 450 แรงม้า ที่ได้รับอนุญาตตามใบอนุญาตโรงงาน
ต่อมา นายลอง นามสมมุติ ซึ่งแสดงตัวเป็นตัวแทนผู้รับอนุญาตประกอบกิจการดังกล่าว ให้การว่า สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่เคยเข้าตรวจสอบและพบว่า มีกำลังเครื่องจักรเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตและมีคำสั่งให้แก้ไขพร้อมเสียค่าปรับ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการอุทธรณ์
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ระบุว่า จากคำให้การของคนงาน รวมถึงบัตรลงเวลาการทำงานที่ตรวจพบภายในสำนักงาน เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า มีการดำเนินกิจการขุดดินอย่างต่อเนื่อง แม้ในวันที่เข้าตรวจค้นเครื่องจักรบางส่วนจะหยุดทำงาน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานและนำไปประกอบสำนวนคดีและดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป.