เชียงใหม่ 4 มี.ค. – ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดตัวสุดยอดนวัตกรรม “ดินพรีเมียม” หรือ ดินเด้งดึ๋ง มิติใหม่แห่งการเพาะปลูก ผลิตจากวัสดุอินทรีย์เหลือใช้ วันละหลายตัน สู่ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรชั้นยอด อุดมด้วยธาตุอาหารสำคัญสำหรับพืชทุกชนิดอุดมด้วยธาตุสารอาหารขิงพืชที่สมบูรณ์ ช่วยการเจริญเติบโตและยกระดับคุณภาพผลผลิต พร้อมปลูกในขั้นตอนเดียว เพียงแค่รดน้ำโดยไม่ต้องใส่ปุ๋ย จนกระทั่งเก็บเกี่ยว สะอาดปลอดภัย ไร้สารพิษตกค้าง ตอบโจทย์ยุคปัจจัยการผลิตราคาแพงและดูแลสิ่งแวดล้อมแก้ปัญหา pm2.5 ได้แบบยั่งยืน
ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วยศาสตราจารย์ ดร.อานัฐ ตันโช ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมกันแถลงข่าว การพัฒนานวัตกรรมการผลิตดินพรีเมียม ภายใต้แบรนด์ ดินเด้งดึ๋ง นวัตกรรมใหม่ในการพัฒนาการผลิตดินพร้อมปลูก ที่ผลิตจากวัสดุอินทรีย์ 100 % ซึ่งเป็นผลงานของ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดย ดินเด้งดึ๋ง นี้ อุดมด้วยแร่ธาตุอาหารสำคัญ ที่จำเป็นสำหรับพืชผักทุกชนิด และ ปราศจากสารเคมี สามารถใช้ปลูกพืชผักชนิดต่างๆ ได้ทันที และ ทำเพียงแค่รดน้ำเท่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ย แต่ให้ผลผลิตที่คุณภาพดีเยี่ยม สะอาด ปลอดภัย และ ไร้สารพิษตกค้าง
อธิการบดี ม.แม่โจ้เผยว่า แนวคิดสำคัญของมหาวิทยาลัยคือการทำให้เกษตรกรเข้าถึงปัจจัยการผลิตคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม โดยเบื้องต้นดินเด้งดึ๋งบรรจุขนาด 20 กิโลกรัม คาดว่าราคาจะอยู่ที่ประมาณ 250 บาท แม้ยังไม่สรุปอย่างเป็นทางการ แต่ยืนยันว่าจะเป็นราคาที่เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้
“เราอยากให้พี่น้องเกษตรกรได้ใช้ของพรีเมียม เป็นดินพร้อมปลูกที่ใช้ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นมะเขือเทศ กะหล่ำหัว หรือพืชผักชนิดอื่น ๆ ออร์แกนิก 100% ไม่มีสารปนเปื้อน รับประกันความปลอดภัย” อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้กล่าว
รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ยังระบุว่า มหาวิทยาลัยเลือกใช้คำว่า “ดินปลูก” แทนคำว่า “ปุ๋ย” เพื่อหลีกเลี่ยงขั้นตอนการขึ้นทะเบียนที่ซับซ้อน ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนและราคา โดยผลิตภัณฑ์นี้ต่อยอดจากประสบการณ์การผลิตปุ๋ยอินทรีย์และการใช้ไส้เดือน รวมถึงการแปรรูปของเสียทางการเกษตรที่ศูนย์วิจัยดำเนินงานมาอย่างยาวนานและผ่านการประเมินมาตรฐานเกษตรอินทรีย์อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน มีการนำดินเด้งดึ๋งไปทดลองใช้กับพืชหลากหลายชนิด ทั้งพืชผัก กาแฟ โกโก้ และมีแผนขยายสู่ไม้ผล เช่น ทุเรียนและลำไยในอนาคต เพื่อเพิ่มคุณภาพผลผลิตและสร้างโอกาสทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.อานัฐ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ พ.ศ.2542 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ทางศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ดำเนินงานด้านการจัดการขยะอินทรีย์ โดยมุ่งเน้นการวิจัย พัฒนา และ ต่อยอดองค์ความรู้ให้เกิดนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในภาคเกษตรกรรมและระดับครัวเรือน สร้างประโยชน์ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการช่วยลดขยะอินทรีย์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และนำมาผลิตเป็นแปรรูปเป็นธาตุอาหารของพืชหรือปุ๋ย ต่อมาทางศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ดำเนินการพัฒนาต่อยอดการจัดการขยะอินทรีย์ด้วยการพัฒนานวัตกรรมใหม่ เรียกว่า ดินพรีเมียม ภายใต้ชื่อ ดิน เด้ง ดึ๋ง โดยเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืนโดยเฉพาะการลดการเผาและการดูแลความอุดมสมบูรณ์ของดินทุกชนิด
สำหรับดินพรีเมียม หรือ ดินเด้งดึ๋ง ของ ม.แม่โจ้นี้ จดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว เป็นดินพร้อมปลูกที่ผลิตจากดินอินทรีย์ 100 % อุดมด้วยธาตุอาหารพืช มีโครงสร้างดินร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดี และมีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชทุกชนิด ช่วยส่งเสริมให้พืชดูดใช้ธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับการปลูกพืชอินทรีย์ทุกชนิด ให้ผลผลิตสะอาด ปลอดภัย และปราศจากสารพิษตกค้าง ซึ่งจัดได้ว่าดินปลูกพรีเมียมของศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นดินที่มีองค์ประกอบทางชีวภาพ กายภาพและเคมี ครบสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการปลูกพืชในระยะยาวทุกชนิดตอบโจทย์การปลูกพืชแบบอินทรีย์ได้ 100% ความสำเร็จที่ชัดเจนคือการต่อยอดจากการผลิตกัญชาทางการแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุขก่อนหน้านี้
ทั้งนี้”ย้ำได้เลยว่า ดินพรีเมียม หรือ ดินเด้งดึ๋ง นี้ สามารถนำไปปลูกพืชได้ทุกชนิดและสามารถปลูกได้โดยไม่ต้องมีการเติมปุ๋ย หรือ สารอาหาร อื่นใดลงไปอีก เพียงแต่รดน้ำ พรวนดิน พืชก็สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากดินพรีเมียมนี้สามารถปลดปล่อยธาตุอาหารให้พืชได้อย่างรวดเร็วทันเวลาที่พืชต้องการใช้ ทำให้ผลผลิตจากพืชมีคุณภาพ ไม้ผลมีผลใหญ่และมีรสชาติดีด้วย ที่สำคัญตอนนี้มีการสู้รบที่ตะวันออกกลางแนวโน้มน้ำมันแพงปุ๋ยก็จะแพงตามด้วย สิ่งนี้เป็นโอกาสมาช่วยเกษตรกรพอดี” ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าว
ทั้งนี้ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้เตรียมเปิดร้านค้าของศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อยู่ที่ตลาดคำเที่ยง ในตัวเมืองเชียงใหม่ที่เดิมของร้านโครงการหลวง ซึ่งกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มีนาคม 2569 นี้ เพื่อเป็นแหล่งจำหน่ายดินพรีเมียม หรือ ดิน เด้ง ดึ๋ง รวมทั้งสินค้าเกษตรอินทรีย์ สินค้าเกษตรทั่วไปและปัจจัยการผลิตคุณภาพดีในราคาไม่แพงจับต้องได้ วันเปิดร้านมีโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 ด้วย ภายใต้การกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพของ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น.

















