มูลนิธิม.เกษตรฯผนึกสมาคมพืชพรรณฯ เสวนาชี้ทางออก”ไบโอชาร์”ลดวิกฤติปุ๋ยแพง
ม.เกษตรฯโดยมูลนิธิม.เกษตรฯผนึกสมาคมพืชพรรณอาณาจักรสยามจัดเสวนาชี้วิกฤติปุ๋ยแพงผลิตไบโอชาเพื่อลดต้นทุนปุ๋ยเคมีแพง ถ่ายทอดผ่านเครือข่ายวิทยุม.ก.ในทุกแพลตฟอร์ม
เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ที่ห้องประชุมสุวรรณวาจกกสิกิจ สถานีวิทยุม.ก. ภายในม.เกษตรศาสตร์ บางเขน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนมูลนิธิมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสมาคมพืชพรรณอาณาจักรสยาม จัดเสวนาชี้ทางออกวิกฤติปุ๋ยแพง”ไบโอชาร์ เพื่อลดต้นทุนปุ๋ยเคมี” ถ่ายทอดสดผ่านเครือข่ายสถานีวิทยุม.ก. โดยมีวิทยากรร่วมเสวนาประกอบด้วย ศ(พิเศษ)ยงยุทธ โอสถสภา ผู้เชี่ยวชาญด้านดินและปุ๋ย ม.เกษตรฯ กำแพงแสน รศ.ดร.จีราภรณ์ อินทสาร สาขาปฐพีศาสตร์ คณะผลิตกรรมเกษตร ม.แม่โจ้ ผศ.ดร.แพรทอง เหลาภา ม.เกษตรฯ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนคร นายประสาน สุขสุทธิ์ เจ้าของสวนไผ่ผลิตไบโอชาร์ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว ดร.เปรม ณ สงขลา เจ้าของสวนมะพร้าวน้ำหอม เคหะการเกษตร ฟาร์ม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี นางสาวกรกัญญา อักษรเนียม นักวิชาการด้านดินและอารักขาพืช กรมส่งเสริมการเกษตรและดร.ประภา ธาราเนตร ผอ.กลุ่มวิจัยดินเปรี้ยว กรมพัฒนาที่ดิน ดำเนินรายการโดยดร.เมธินี ศรีวัฒนกุล เลขาธิการสมาคมพืชพรรณอาณาจักรสยาม
ศ(พิเศษ)ยงยุทธ โอสถสภา ผู้เชี่ยวชาญด้านดินและปุ๋ย ม.เกษตรฯ กำแพงแสนกล่าวย้อนอดีตถ่านไบโอชาร์ว่าเกิดขึ้นเมื่อกว่า 80 ปีที่แล้วที่สหรัฐอเมริกา โดยมีการผลิตไบโอชาร์ขึ้นมาใช้แทนปุ๋ยเคมี ล่าสุดปีนี้(2026)ได้มีการประชุมไบโอชาร์โลกที่ประเทศจีน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าทั่วโลกให้ความสำคัญกับถ่านไบโอชา
“ไบโอชาร์ไม่ใช่ปุ๋ย แต่ใส่เพื่อบำรุงดินโดยใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีให้เหมาะกับการปลูกพืชมากขึ้น และลดการใช้ปุ๋ยส่วนเกินลงเพื่อประหยัดต้นทุน เพราะไบโอชาร์จะช่วยเพิ่มความชื้นในดิน ทำให้ดินมีรูพรุนเยอะช่วยส่งเสริมการเจริญของเชื้อราไมคอไรซาและจุลินทรีย์ที่ตรึงไนโตรเจนป้องกันการชะล้างปุ๋ยและธาตุอาหารในดิน” อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านดินและปุ๋ยระบุ
ขณะที่ รศ.ดร.จีราภรณ์ อินทสาร อาจารย์สาขาปฐพีศาสตร์ ม.แม่โจ้ กล่าวถึงถ่านไบโอชาร์ หลังประสบผลสำเร็จจากงานวิจัยในพืชหลายชนิดในพื้นที่ภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นพืชผัก กาแฟ และข้าวโพด หลังใช้ไบโอชาร์ร่วมกับปุ๋ยทำให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น มีความชื้นในดินเพิ่มขึ้น ที่สำคัญมีปริมาณการใช้ปุ๋ยลดลง
“เราได้นำงานวิจัยในแปลงทดลองไปส่งเสริมให้กับเกษตรบนพื้นที่สูง ผลปรากฎว่าประสบความสำเร็จ เกษตรกรมีความพอใจในเรื่องผลผลิตที่เพิ่มขึ้นช่วยลดต้นทุนในเรื่องปุ๋ยได้มาก”
รศ.ดร.จีราภรณ์ เผยต่อว่านอกจากนี้การนำถ่านไบโอชาร์มาผสมกับปุ๋ยคอกและมูลวัวก็จะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อีกด้วย นอกจากนี้การทำไบโอชาร์มาผสมปุ๋ยอินทรีย์ทำเป็นวัสดุปลูกแบบไร้ดินก็จะเป็นทางเลือกของเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย
“การผลิตไบโอชาร์นั้นก็ได้แนะนำให้เกษตรกรนำเศษวัสดุเหลือใช้จากการปลูกพืชในแต่ละชนิดมาผลิตเป็นถ่านไบโอชาร์ ซึ่งจะสามารถลดเศษวัสดุเหลือทิ้งได้ ไม่ว่าดินแบบไหนตัวไบโอชาร์ก็มีประโยชน์ ถ้าเราใส่ปุ๋ยลงไป 100 กิโล ฝนตกมาเหลือ 60 ถ้าใส่ไบโอชาร์ปุ๋ยก็จะไม่หายไปไหน ช่วยกักเก็บความชื้นด้วยลดการชะล้าง ใช้ได้ทุกประเภทดิน”อาจารย์คนเดิมระบุ
ผศ.ดร.แพรทอง เหลาภา อาจารย์ภาควิชาปิโตรเคมี คณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรฯ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนคร ซึ่งประสบความสำเร็จงานวิจัยในการประดิษฐ์ถังเผาถ่านไบโอชาร์มีคุณภาพสูง ซึ่งขณะนี้มีการใช้กันแพร่หลายในหมู่แกนนำเกษตรกรที่ผลิตไบโอชา โดยเฉพาะพื้นที่ดินภาคอีสาน อย่างจ.สกลนครที่สภาพดินเป็นดินดาน ดินลูกรังปลูกพืชอะไรไม่ค่อยได้ผลนัก แต่เมื่อมีการถ่านไบโอชาร์ที่ผสมกับปุ๋ยเคมี และอินทรียวัตถุ นอกจากทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดีแล้วยังช่วยปรับสภาพดินร่วนซุยมากขึ้นด้วย
“ทางออกผลกระทบราคาปุ๋ยเคมี เจอหินดินลูกรัง ชาวนาสกลนครปลูกข้าว 2ไร่ครึ่งได้ผลผลิตแค่ 4 กระสอบ กระสอบละ 25 กิโล ได้แค่นี้จริง ๆ พอเรารู้โจทย์ปัญหาตรงนี้ การฟื้นฟูดิน การฟื้นฟูอินทรียวัตถุในดินแบบผสมผสาน แนวใหม่ จึงเริ่มต้นขึ้น โดยนำถ่านไบโอชาร์มาผสมกับปุ๋ยหมักหรือมูลสัตว์ใส่ในข้าวเพิ่มขึ้นหลายเท่า”อาจารย์คนเดิมเผย
อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.แพรทอง เหลาภา เป็นนักวิจัยผู้คิดค้นนวัตกรรมเตาเผาคู่แฝดถ่านไบโอชาร์ประสิทธิภาพสูงได้สำเร็จครั้งแรก ภายใต้ชื่อ”เตาคอนติกิ” หลังการเผา ได้ไบโอชาร์คุณภาพสูง ลักษณะเตาคอนติกิคล้ายกระทะเรียวลงไปข้างล่าง ปัจจุบันได้มีการนำไปใช้ในหมู่เกษตรกรที่สนใจผลิตถ่านไบโอชาร์เป็นจำนวนมาก
ดร.เปรม ณ สงขลา เจ้าของสวนมะพร้าวน้ำหอม เคหะฟาร์ม อ.ลาดกลุมแก้ว จ.ปทุมธานี 1 ในเกษตรกรที่นำเตาเผาคู่แฝดคอนติกิ ผลงานเด่นของผศ.ดร.แพรทอง เหลาภามาใช้นานหลายปีแล้ว ยอมรับว่าเตาเผาไบโอชาร์ของอาจารย์แพรทองใช้ได้ดีมาก หลังจากได้ทดลองใช้เตาเผาอื่นมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่หลังจากได้นำเตาเผาคอนติกิใช้ปรากฎว่าได้ถ่านไบโอชาร์มีคุณภาพสูง โดยเฉพาะกับมะพร้าวน้ำหอม
“ผมเป็นลูกค้าอาจารย์แพรทอง ลงทุนจ่ายเงินไปหลายหมื่นกว่าจะลงตัวที่เตาคู่แฝดคอนติกิของอาจารย์มาผลิตถ่านไบโอชาร์”
เจ้าของสวนมะพร้าวน้ำหอมเคหฟาร์มเผยอีกว่าเริ่มทำสวนมะพร้าวน้ำหอมมาที่ผมทำมะพร้าวน้ำหอมมา 15 ปีแล้ว เนื้อที่ 20 ไร่ มีมะพร้าวน้ำหอมประมาณ 2,000 ต้น ทุกปีจะมีลูกมะพร้าวเสียหายใช้การไม่ได้ ประมาณ 20 ตัน/ปี และทางมะพร้าวอีกจำนวนไม่น้อย ไม่สามารถจัดการได้หมด หลังจากนำมาแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุปลูกบางส่วนแล้ว ก็เลยมีแนวคิดทำถ่านไบโอชาร์ หลังทดลองทำเองมาหลายปี แต่ไม่ได้ผลที่น่าพอใจ ก่อนมาสำเร็จหลังได้ใช้เตาคู่แฝดคอนติกิ ของอาจารย์ แพรทอง เหลาภา
อย่างไรก็ตามในส่วนการนำถ่านไบโอชาร์มาส่งเสริมเกษตรกรโดยใช้ผสมกับปุ๋ยเคมีลดต้นทุนนั้น นางสาวกรกัญญา อักษรเนียม นักวิชาการกองอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร ยอมรับว่าได้นำไปส่งเสริมกับศูนย์จัดการดินและปุ๋ยชุมชนที่มีอยู่กว่า 800 ศูนย์ทั่วประเทศแล้วในขณะนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมฯ คอยเป็นพี่เลี้ยง เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีลดต้นทุนการผลิตในยุคที่ปุ๋ยมีราคาแพง เช่นเดียวกับ ดร.ประภา ธารเนตร ผอ.กลุ่มวิจัยดินเปรี้ยว กรมพัฒนาที่ดิน ว่าขณะนี้ได้นำถ่านไบโอชาร์ไปส่งเสริมเกษตรกรผ่านหมอดินอาสาทั่วประเทศแล้วเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ผศ.อนุพร สุวรรณวาจกกสิกิจ ผู้อำนวยการใหญ่สถานีวิทยุม.ก.และผู้จัดการมูลนิธิมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ย้ำว่าการจัดงานเสวนาวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมมูลนิธิฯ ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูลข่าวที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมตามเจตนารมณ์ของมูลนิธิและมหาวิทยาลัย โดยผ่านสถานีวิทยุม.ก.และเครือข่ายสื่อมวลชน ซึ่งถ้าเป็นไปได้ก็จะพยายามมีกิจกรรมดี ๆ เช่นนี้ให้บ่อยมากขึ้น







