รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ”นภินทร” ยกทีมขึ้นเชียงใหม่เปิดเวที UNLOCK สสว.ไขกุญแจ 5 ดอกช่วยยกระดับคุณภาพ SMEs ไทย ก่อนไปทุกภาค

รมต.”นภินทร”นำคณะ สสว. สัญจรเสริมแกร่ง SMEs ทั่วไทย ปักหมุดแรกที่ภาคเหนือเดินหน้า “UNLOCK ปลดล็อกธุรกิจ SMEs ไทย” ร่วมเปลี่ยนอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้เป็นแต้มต่อของธุรกิจ เพื่อเชื่อมโอกาสสู่ความสำเร็จ

เชียงใหม่ 2 ส.ค.- ที่เซ็นทรัล festival เชียงใหม่ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เดินหน้าสานต่อบทบาท “The Growth Connector” สัญจรปลดล็อกเพื่อผู้ประกอบการทั่วไทย พื้นที่แรกที่ภาคเหนือ ในงาน “สสว. UNLOCK ปลดล็อกธุรกิจ SMEs ไทย” ระหว่างวันที่ 1-2 สิงหาคม 2569 นำเสนอเรื่องราวของ สสว. ผ่านกุญแจ 5 ดอก ที่จะเชื่อมทุกโอกาสและความสำเร็จสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ไทยทั่วประเทศ พร้อมแบ่งปันแนวคิดและแรงบันดาลใจให้ทุกคน โดยมี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) ร่วมให้เกียรติปาฐกถาพิเศษและกล่าวเสวนา
ทั้งนี้นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความท้าทายรอบด้านที่เข้ามากระทบต่อส่วนแบ่งการตลาดของผู้ประกอบการไทยในทุกระดับทางรัฐบาลจึงไม่นิ่งนอนใจและได้สั่งการและผลักดันนโยบายเชิงรุกในระดับประเทศ เพื่อสร้างเกราะป้องกันและติดอาวุธให้แก่ SMEs โดยมี สสว. ทำหน้าที่เป็น The Growth Connector หรือ ผู้เชื่อมโยงโอกาสการเติบโต นำนโยบายเหล่านี้ลงไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์จริง ผ่านนโยบายสำคัญภายใต้แนวคิด กุญแจ 5 ดอก ปลดล็อกโอกาสใหม่ ที่ครอบคลุมทุกมิติที่เป็นอุปสรรคของ SMEs ในปัจจุบัน การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้มีโอกาสไปตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการเชียงใหม่ร่วมกับทาง สสว. ได้เห็นถึงศักยภาพการปรับตัวและความเข้มแข็งอย่างน่าชื่นชม สามารถเปลี่ยนอัตลักษณ์ท้องถิ่น มาเป็นเกราะป้องกันและแต้มต่อทางธุรกิจที่ทรงพลังและเชื่อมั่นอย่างสูงว่าภาคเหนือมีขุมทรัพย์ล้ำค่าที่ไม่มีใครเหมือน นั่นคือ อารยธรรม อัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่พร้อมจะถูกปลดล็อกไปสู่เวทีการค้าระดับโลก
ด้าน ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. เผยว่า สสว. มุ่งมั่นในการส่งต่อสิทธิประโยชน์และโอกาสดี ๆ ถึงมือผู้ประกอบการได้อย่างรวดเร็วและไม่มีข้อจำกัด เปรียบเหมือนสะพานเชื่อมโยงโอกาสที่ไร้รอยต่อในทุกพื้นที่ โดยในวันนี้ สสว. มาที่ภาคเหนือเพื่อเปิดโอกาสการเข้าถึงความรู้และบริการของ สสว. เพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการในภูมิภาค รวมทั้งเปิดมุมมองใหม่ให้ผู้ประกอบการหรือผู้ที่อยากทำธุรกิจ มองเห็นโอกาสในการนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่มีคุณค่ามาต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ สามารถสร้างรายได้ได้จริง และเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ภายในงานครั้งนี้ สสว. ได้จัดกิจกรรมหลากหลายในรูปแบบนิทรรศการให้ผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้และค้นหาศักยภาพทางธุรกิจผ่านภารกิจไขกุญแจ 5 ดอก เพื่อใช้เสริมแกร่งให้กับผู้ประกอบการ คือ ด้านแหล่งเงินทุนที่เป็นมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS (Business Development Service) หรือโครงการ “SME ปัง ตังค์ได้คืน” ซึ่งเป็นการใช้งบประมาณของ สสว. เข้าไปอุดหนุนค่าใช้จ่ายแบบร่วมจ่าย (Co-Payment)
ด้านความรู้และคำปรึกษา ผ่านศูนย์ให้บริการ SMEs ครบวงจร หรือ OSS ทุกจังหวัด ที่พร้อมให้คำปรึกษา แนะนำการปรับปรุงธุรกิจและเติมเต็มทักษะใหม่ ๆ รวมถึงโครงการ SME Coach แพลตฟอร์มที่รวมสุดยอดโค้ชธุรกิจมืออาชีพเฉพาะด้านที่จะให้คำแนะนำผู้ประกอบการแบบตัวต่อตัว
ด้านข้อมูลและสิทธิประโยชน์ การร่วมมือกับภาคีพันธมิตรกว่า 50 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดการ “เติมเต็ม แต้มต่อ เติบโต” ยกระดับ SMEs ไทยให้โตอย่างไม่หยุดยั้ง
ด้านโอกาสทางการตลาด ในการเชื่อมการตลาดทั้งในไทย ผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (THAI SME-GP) ในการเข้าตลาดคู่ค้าภาครัฐที่มีมูลค่ามหาศาล และการเติบโตในตลาดต่างประเทศ ผ่านกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และกุญแจดอกสุดท้ายด้านนโยบายในการผลักดันและเสนอนโยบาย รวมถึงมาตรการเชิงรุก เพื่อสร้าง “SME Ecosystem” หรือระบบนิเวศทางธุรกิจที่ดีตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยมุ่งหวังที่จะเคียงข้างและสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคง
นอกจากนี้ในงานยังมีพื้นที่โชว์เคสจากผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมจาก สสว. เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ที่กำลังจะเริ่มต้นธุรกิจและงานนี้ยังได้อินฟลูเอ็นเซอร์สายอาหารชื่อดัง มาวิน ทวีผล เจ้าของเพจ “มาวินฟินเฟ่อร์” (Mawinfinferr) มาร่วมพูดคุยเพื่อปลดล็อกไอเดียในหัวข้อ “การสร้างอิมแพกต์ให้ธุรกิจอาหาร และสิ่งที่ร้าน SMEs ต้องมี จากมุมมองของผู้สร้างคอนเทนต์” เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบการ SMEs นำข้อคิดที่ได้ไปต่อยอดแนวคิดเป็นธุรกิจใหม่ ๆ ในอนาคตอีกด้วยและตลอดเดือนสิงหาคมนี้ สสว. ยังมุ่งหน้าส่งต่อโอกาสและให้บริการดี ๆ แบบนี้แก่ผู้ประกอบการอีก 3 ภูมิภาค โดยวันที่ 14-16 สิงหาคม ที่เซ็นทรัล หาดใหญ่, วันที่ 21-23 สิงหาคม ที่เซ็นทรัล ชลบุรี, และเซ็นทรัล ขอนแก่น ในวันที่ 28-30 สิงหาคม 2569 เพื่อให้ผู้ประกอบการ SME ไทยและผู้ที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจสามารถเข้าถึงความรู้และบริการจาก สสว.ได้ทั่วถึง