สภาอุตสาหกรรมจัดเวที FTI Forum ช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันผู้ประกอบการยุคการเปลี่ยนแปลงถาโถม

สภาอุตสาหกรรมเชียงใหม่จัดเวที FTI FORUM ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ นายกสมาคมการตลาดฯ คีย์สปีกเกอร์เตือนยุคโลกป่วนมีเปลี่ยนแปลงไวเกินคาด ยกตัวอย่างผลพวงบทบาทผู้นำอเมริกา ชี้ยุคนี้ต้อง มองชัด มุ่งไกล อยู่รอด

เชียงใหม่ 5 ก.ค.- ที่โรงแรมมีเลีย เชียงใหม่ (Meliá Chiang Mai) จ.เชียงใหม่ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่จัดงานสัมมนา FTI FORUM ครั้งที่ 1 ขึ้น โดยมีนายสมิต ทวีเลิศนิธิ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่กล่าวต้อนรับและเปิดงาน โดยระบุว่า ตามนโยบายสภาอุตฯ ในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ผ่านการจัดงาน FTI FORUM ขึ้นเพื่อเป็นเวทีการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ วิสัยทัศน์ และอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยี นวัตกรรม ช่วยให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ได้เข้าถึงข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของโลกในการเตรียมความพร้อมรับมือและกำหนดนโยบายให้เหมาะสมในภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงผันผวนสูงในปัจจุบันอย่างท้าทาย โดยได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกก์ ภทรธนกุล นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย / ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไปรษณีย์ ไทย จำกัด มาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ “MARKETING SURVIVAL STRATEGY 2026” กลยุทธ์การตลาดเพื่อความอยู่รอด เพื่อช่วยสร้างแรงบันดาลใจและให้แนวทางแก่ภาคธุรกิจในการปรับตัวและแข่งขันในยุคเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาภายใต้พลวัตปัจจัยหลายด้านและความท้าทายสูงโดยเฉพาะยุค AI นวัตกรรมและเทคโนโลยีเปลี่ยนตลอดเวลา
ตอนหนึ่ง ผศ.ดร.เอกก์ ระบุว่า สังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วภายใต้บริบทและปัจจัยหลายด้านสิ่งหนึ่งที่น่าจับตาและมีผลต่อโลกยุคปัจจุบันคือประเทศมหาอำนาจโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่มีผู้นำคนปัจจุบันที่มักจะสร้างปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงต่างๆที่ทำให้โลกได้รับผลกระทบ เช่น สงครามตะวันออกกลาง อิสราเอล การแทรกแซงกิจการต่างประเทศบางประเทศ หรือนโยบายด้านเศรษฐกิจและนโยบายอื่นๆ ที่ประเทศประชาคมโลกต้องเฝ้าระวังและรับมือ นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ไม่สามารถคาดการณ์หรือควบคุมได้อีกหลายอย่าง รวมทั้งยุคที่เทคโนโลยีมามีบทบาทโดยเฉพาะ AI ที่มารุกให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ อย่างรวดเร็ว เป็นบทพิสูจน์และท้าทายสำคัญในการรับมือโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 นี้

นักการตลาดนักธุรกิจมองว่า ในวันที่เศรษฐกิจชะลอตัวและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ต้องวางแผนว่าจะอยู่ต่อไปอย่างไรให้แข็งแรงและยั่งยืน ทั้งนี้ทักษะที่ผู้บริหารมองว่าสำคัญที่สุดในยุคนี้คือ Creativity และ Analytical Thinking ซึ่งเป็นความท้าทาย เพราะคนที่เก่งครีเอทีฟกับคนที่เก่งวิเคราะห์มักเป็นคนละแบบกันและคนที่มีทั้งสองอย่างในคนเดียวมีน้อยมาก ทางออกหนึ่งคือการทำงานเป็นทีมที่ผสานสองทักษะนี้เข้าด้วยกัน เพราะวันนี้การทำการตลาดไม่ใช่แค่คิดไอเดียให้ดัง แต่ต้องวัดผลได้ว่าลงทุนไปแล้วเกิดอะไรขึ้นจริงและเข้าเป้าจริงหรือไม่ ควรคิดให้ลึกไม่ใช่แค่ทำตามกระแสไม่ว่ากลยุทธ์จะเปลี่ยนไปแค่ไหน แก่นของนักการตลาดที่ไม่เปลี่ยนและไม่มีวันเปลี่ยนคือ การมีความยืดหยุ่นสูงและยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง การตลาดต้องวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าชัดเจน พฤติกรรมในเทรนด์ แม้มีการเปลี่ยนแปลงสังคมแต่ถ้าเข้าถึงใจลูกค้าก็สามารถอยู่ได้ ซึ่งปัจจุบันโลกออนไลน์รุกวิถีชีวิตผู้คนทั่วโลกอย่างมาก จะเห็นได้ชัดว่า เกิดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องด้านออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างมาก มีอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา จึงทำให้คิดในการอบเดิมๆ จะตกเทรนด์ได้ อีกด้านที่สำคัญคือ การสร้างพันธมิตรและเครือข่าย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อน พร้อมย้ำว่ากลยุทธ์ทางการตลาดที่สำคัญในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกินคาดการณ์ต้องมองชัด มุ่งไกล อยู่รอด.